Categories
ข่าวบันเทิงดารา

2 ลุคที่แตกต่างของ IUใน MV คัมแบ็คเพลง “LILAC” และ“ Coin”

IU กลับมาพร้อมกับอัลบั้มเต็มชุดที่ 5 ของเธอในชื่อ “LILAC” และมิวสิกวิดีโอสำหรับหนึ่งในเพลงไตเติ้ลเพลงเดียวกัน!

ในภาษาดอกไม้ “LILAC” หรือดอกไลแลคหมายถึง “รักครั้งแรก” และ “ความทรงจำในวัยเยาว์” ตามความหมายของดอกไม้ “LILAC” เป็นอัลบั้มที่สื่อถึงความรู้สึกขอบคุณของ IU ต่อผู้ที่เฝ้ามองเธอตลอดช่วงอายุยี่สิบปีที่ผ่านมา

อัลบั้มนี้ประกอบด้วยเพลง 10 เพลงซึ่งรวมถึงแทร็กก่อนเปิดตัว “Celebrity” และแทร็กสองไตเติ้ล “Coin” และ“LILAC”         ซึ่งเพลง “LILAC” แต่งโดย IU และมีเนื้อร้องโดย Lim Su Ho, Dr. JO, Woong Kim และ N! ko เป็นเรื่องราวของคู่รักที่มีความสัมพันธ์กันมา 10 ปีและเลิกรากันอย่างมีความสุขเมื่อใกล้ถึงฤดูใบไม้ผลิ เพลงนี้ผสมผสานเสียงดิสโก้ของยุค 70 และ 80 ผ่านไลน์เบสที่มีจังหวะและจังหวะฟังกี้ ซึ่งบอกเลยว่าใครที่ยังไม่ฟังห้ามพลาดเด็ดขาด!

IU ติดอันดับชาร์ต iTunes ทั่วโลกด้วยเพลง “LILAC”

อัลบั้มใหม่ของ IU กำลังทะยานขึ้นชาร์ตเพลงสากล!

ในวันที่ 25 มีนาคมเวลา 18.00 น. ตามเวลาเกาหลี IU ได้กลับมาอีกครั้งด้วยสตูดิโออัลบั้มชุดที่ 5 ของเธอ “LILAC” และเพลงไตเติ้ลที่มีชื่อเดียวกัน

เพลงไตเติ้ล “LILAC” ไม่เพียง แต่ขึ้นสู่อันดับสูงสุดของชาร์ตเพลงเรียลไทม์ในประเทศในทันทีโดยเพลงทั้งหมดจากอัลบั้มที่ติดอันดับสูงในชาร์ตเกาหลี แต่อัลบั้มใหม่ของ IU ยังติดอันดับชาร์ต iTunes ในหลายประเทศทั่วโลก ภายในไม่กี่ชั่วโมงหลังการเปิดตัว

จากการเปิดเผยของ EDAM Entertainment ต้นสังกัดของ IU เมื่อเวลา 8.00 น. ตามเวลาเกาหลีของวันที่ 26 มีนาคม “LILAC” ขึ้นอันดับ 1 บนชาร์ต iTunes Top Albums ในภูมิภาคต่างๆอย่างน้อย 11 ภูมิภาครวมถึงบราซิลกัมพูชาฮ่องกงนอร์เวย์มาเลเซีย , สิงคโปร์, อิสราเอล, ไต้หวัน, ศรีลังกาและฟิลิปปินส์

นอกจากเพลงใหม่ของ IU “LILAC” จะติดอันดับชาร์ต iTunes ทั่วโลกแล้วเพลงนี้ยังได้รับการรับรอง All-Kill อีกด้วยโดยเพลงไตเติ้ลใหม่ของไอยู “LILAC” กำลังกวาดชาร์ตเพลงเกาหลี

เมื่อเวลา 07.30 น. ตามเวลาเกาหลีของวันที่ 27 มีนาคมเพลงฮิตล่าสุดของ IU “LILAC” ซึ่งเป็นเพลงไตเติ้ลของสตูดิโออัลบั้มชุดที่ 5 ของเธอที่มีชื่อเดียวกันได้รับการรับรองการฆ่าทั้งหมด นับตั้งแต่การเปิดตัวในวันที่ 25 มีนาคมเพลงที่ได้รับอำนาจเหนือเรียลไทม์ชาร์ตเพลงของเกาหลีนอกเหนือไปจากการติดตามหลาย  iTunes นานาชาติชาร์ต

All-kill ที่ได้รับการรับรองจะมอบให้กับเพลงที่ติดอันดับ 1 ในชาร์ต Melon รายวันและ 24Hits ชาร์ต Genie and Bugs รายวันและเรียลไทม์แผนภูมิรายวันของ VIBE และแผนภูมิเรียลไทม์ของ FLO และ iChart ยังคงเป็นที่เห็นอยู่ว่า “LILAC” จะบรรลุการฆ่าทั้งหมดที่สมบูรณ์แบบหรือไม่ซึ่งต้องมีการเติมแผนภูมิรายสัปดาห์ของ iChart ด้วยเช่นกัน

ชม MV IU(아이유)_LILAC(라일락) ได้ที่

เครดิตรูปภาพ soompi.com และ entertain.naver.com

#IU #MV “LILAC” #LILAC กวาดทุกชาร์ตเพลง

Categories
ข่าวบันเทิงดารา

เกาหลีเหนือออกข่าวโจมตีวงการ ไอดอล K-Pop เกาหลีใต้ถูกใช้งานยิ่งกว่าทาส

            สำหรับแฟน ๆ วงการบันเทิงในประเทศไทยอาจจะเคยชินสำหรับวงการบันเทิง ที่มีบริษัทเอกชนมากมายหลายแห่งมักจะมีกลยุทธ์ใหม่ ๆ มาสนับสนุนวงการ หากแต่ก็มักจะเป็นฝ่ายเอกชนเสียส่วนใหญ่ในการดำเนินการแต่สำหรับวงการไอดอล K-Pop เกาหลีใต้แล้ว ได้มีการสนับสนุนมาจากภาครัฐบาล ซึ่งรัฐบาลเกาหลีใต้ไม่ได้มองว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของวงการบันเทิง แต่ถูกมองว่าเป็นอุตสาหกรรมประเภทหนึ่ง และมันยังเป็นอุตสาหกรรมที่ใหญ่เป็นอันดับหนึ่งของประเทศเกาหลีใต้

วงการไอดอลกับการพัฒนาประเทศเกาหลีใต้

วงการไอดอลกับประเทศเกาหลีใต้นั้น ถือว่ามีการพัฒนามาหลายปีแล้ว โดยในช่วงแรกเกาหลีใต้พยายามที่จะสร้างประเทศขึ้นมาใหม่ภายหลังสงครามโลกครั้งที่สองและการแบ่งแยกเกาหลีเหนือ-ใต้ โดยเน้นไปที่การพัฒนาทางด้านอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้า การผลิตรถยนต์ และการต่อเรือ หากแต่พอมาในช่วงปี พ.ศ.2540 ซึ่งเป็นยุคที่เราเรียกกันว่า “ต้มยำกุ้ง” ทั่วโลกประสบปัญหาเศรษฐกิจและเกาหลีใต้ก็เป็นอีกที่ที่ประสบปัญหาการเงินหนักมาก และกลายเป็นอีกประเทศรวมทั้งประเทศไทยที่ต้องขอใช้บริการจาก IMF หากแต่รัฐบาลเกาหลีใต้ไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ และมองหาอุตสาหกรรมใหม่ที่จะสามารถฟื้นฟูเศรษฐกิจและทำเงินเข้าประเทศได้ซึ่งมาออกตรงที่วงการบันเทิงนั้นเอง เหตุผลก็เพราะพวกเขามองไปที่ตัวอย่างสำคัญนั้นก็คือวงการภาพยนตร์ฮอลิวู้ดของประเทศสหรัฐอเมริกาที่ทำเงินเป็นพันล้านเหรียญดอลล่าร์ น่านอนมันดีว่าอุตสาหกรรมรถยนต์มากในแง่ผลกำไร จึงได้เริ่มมีการพัฒนาและส่งเสริมวงบันเทิงโดยเฉพาะวงการไอดอล ดารา นักร้อง นักแสดง  โดยการเริ่มยกเลิกกฎหมายหลายฉบับที่ขัดขวางวงการบันเทิงอยู่ในปี 1980 จากนั้นก็เริ่มตีตลาดซีรี่ส์เอเชียสำเร็จในปี 2000 จากนั้นอีก 10 ปี วงการ K-Pop ก็ดังไปทั่วโลกสร้างเม็ดเงินเข้ามาเกาหลีใต้มากมายมหาศาล

เกาหลีเหนือไม่พอใจวงการไอดอล K-Pop เกาหลีใต้

จากความสำเร็จของวงการไอดอล K-Pop เกาหลีใต้ มันดูเหมือนจะสร้างความไม่พอใจกับทางเกาหลีเหนือเป็นอย่างมาก โดยมีข่าวออกมาเป็นระยะว่าทางรัฐบาลเกาหลีเหนือมักจะออกข่าวโจมตีวงการไอดอล K-Pop เกาหลีใต้หลายอย่างโดยเฉพาะวงไอดอลชื่อดังอย่างวงนักร้องหนุ่มชื่อดัง BTS และ วงนักร้องสาวที่ดังทั่วโลกอย่าง BLACKPINK รวมทั้งวงอื่น ๆ ว่า ไอดอลเหล่านั้นต้องทำงานหนักเพื่อรับใช้บริษัทต้นสังกัด ต้องซ้อมร้องและเต้นอย่างหนักมีเวลานอนเพียงวันละ 2-3 ชั่วโมง และยังต้องไปนอนกับผู้หลักผู้ใหญ่ตามที่ค่ายสั่งอีกต่างหาก

หากแต่การออกมาโจมตีวงการไอดอลเกาหลีใต้ที่กล่าวมานั้น อาจเพราะกลัวว่าวัฒนธรรมของประเทศเกาหลีใต้ซึ่งเต็มไปด้วยกลิ่นไอของระบบทุนนิยมจะไปกระทบกับความเชื่อ และวัฒนธรรมของเกาหลีเหนือที่มีระบอบการปกครองแบบคอมมิวนิสต์ พรรคเดียวมาตลอด

อ้างอิงรูป

  1. https://www.bbc.com/thai/international-48979558
  2. https://www.bbc.com/thai/international-42686058
  3. https://blog.airpaz.com/th/%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A5%E0%B9%87%E0%B8%94%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%9B/
  4. https://thethaiger.com/th/news/306124/

#เกาหลีเหนือโจมตี K-pop #รัฐบาลเกาหลีเหนือให้ร้ายไอดอล #K-pop อัปเดต

Categories
ข่าวบันเทิงดารา

8 ไอดอลเกาหลีเผยความในใจว่าอยาก Collabs กับ..

            การ Collabs เป็นหนึ่งในสิ่งที่ส่งผลดีอย่างมากสำหรับอุสาหกรรมดนตรี โดยเฉพาะอย่างยิ่งการ Collabs ของไอดอลเกาหลีแต่ละคน หรือแต่ละวง นับว่าเป็นสิ่งทรงพลังที่สามารถดึงดูดใจแฟนคลับได้เป็นอย่างดี ในขณะที่แฟนๆ K-pop มักจะชอบจับคู่ให้ศิลปินที่เขารักและได้แต่ภาวนาขอให้เขาได้ร่วมงานกัน และไอดอลหลายคนก็ได้แสดงความปรารถนาของพวกเขาออกมาเช่นกันว่าอยากจะร่วมงานกับศิลปินคนไหน

            และต่อไปนี้คือความปรารถนาในใจของไอดอลเกาหลีที่เผยออกมาว่าพวกเขาและเธอนั้นอยาก Collabs กับใคร 

1.Ailee และ Jimin BTS

ในขณะที่ Ailee ร่วมพูดคุยทำพอร์ดคาสต์กับอีลิคนัม เธอกล่าวว่า จีมิน BTS คือคนในอุดมคติของเธอ นอกจากนี้เธอยังบอกอีกว่าน้ำเสียงของเขานั้นดึงดูดใจเธอมาก จึงอยากจะร้องเพลงร่วมกับ จีมิน BTS สักวัน

            2.Soyeon(G)I-DLE และ Zico วง I-DLE

         เมื่อครั้ง (G) I-DLE ได้เข้าร่วมรายการ Idol Radio ในฐานะแขกรับเชิญ โซยอนหนึ่งในสมาชิกวง(G) I-DLE ถูกถามเกี่ยวกับไอดอลเกาหลีที่เธอใฝ่ฝันอยาก Collabs ด้วย เธอกล่าวถึง Zico และชมว่าเขาเป็นนักแต่งเพลงที่ยอดเยี่ยมที่เธอให้ความเคารพ

            3. Zico และ CL

         ในส่วนของ Zico เองก็มีแร็ปเปอร์ไอดอลเกาหลีอีกคนที่อยากร่วมงานด้วย ซึ่งเธอคนนั้นจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก CL เขาคิดว่ามนคงเป็นเรื่องที่น่าสนุกมากหากได้ร่วมงานกับเธอเป็นการส่วนตัว

            4.Momo Twice และ Hyoyeon Girls ‘Generation

         ฮโยยอนกล่าวถึงความปรารถนาขงเธอในระหว่างการให้สัมภาษณ์ว่าอยากที่จะร่วมงานกับ โมะโมะ วง Twice และฝ่ายโมะโมะเองก็เผยความต้องการระหว่างการถ่ายทอดสดใน V live ว่าต้องการที่จะร่วมงานกับฮโยยอนเช่นกัน

            5. MONSTA X และ IU

         เมื่อหนุ่มๆวง MONSTA X ถูกถามขึ้นระหว่างการสัมภาษณ์กับสำนักข่าว Ilgan Sports ว่าอยาก Collabs กับใคร จูฮอน หนึ่งในสมาชิกของวงก้ได้กล่าวถึง IU

            6.IU และ Rose BLACKPINK

            สำหรับ IU เธอเลือกโรเซ่ BLACKPINK ให้เป็นไอดอลเกาหลีที่อยากร่วมงานด้วยมากที่สุดในอนาคต เธอระบุว่า โรเซ่เป็นคนมีเสน่ห์ ด้านโรเซ่ที่ได้ยินแบบนั้นเธอเองก็เหลือเชื่อ และรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ IU อยากจะร่วมงานด้วย

            7. Park Bom และ BTS

         ในระหว่างที่สาวปาร์คบอมเป็นแขกรับเชิญในรายการวิทยุ Jung Eun Ji’s Music Plaza เธอก็ได้แสดงความสนอกสนใจที่จะร่วมงานกับหนุ่มวง BTS เมื่อถูกถามเกี่ยวกับเรื่องไอดอลเกาหลีที่อยาก Collabs ด้วย

            8. Punch และ Red Velvet / BLACKPINK

            Punch ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นเจ้าแม่แห่ง OST. เธอเผยว่าไอดอลเกาหลีที่เธออยากร่วมงานด้วยนั้นคือนักร้องวงดังอย่าง Red Velvet และ BLACKPINK

            และทั้งหมดนี้ก็คือความในใจของไอดอลเกาหลีแต่ละคนที่เปิดเผยออกมาว่าพวกเขาและเธออยากร่วม Collabs กับใคร มีคนที่เพื่อนๆคิดไว้ในใจหรือเปล่า

ที่มาภาพ www.soompi.com

#ไอดอลเกาหลี #K-pop Collabs #K-pop อัปเดต

Categories
ข่าวบันเทิงดารา

อัพเดตหนังใหม่น่าดู เดือน มีนาคม ที่คอหนังไม่ควรพลาด

สำหรับคอหนังที่กำลังมองหาโปรแกรมหนังที่น่าสนใจอยู่ในตอนนี้นะคะ วันนี้เราได้มาอัพเดทหนังใหม่น่าดู เดือน มีนาคม ให้แฟนๆ คอหนังได้เลือกชมกันค่ะ จะมีหนังเรื่องไหนน่าดูบ้าง ก็อย่ารอช้าค่ะ ตามมาดูกันเลย

เลือกชมให้จุใจ กับหนังใหม่น่าดู เดือน มีนาคม

  1. หนังใหม่น่าดู วันนี้มาเริ่มที่หนังไทยแนวสยองขวัญกันก่อนเลยค่ะ กับเรื่อง ผี เล่า  Haunted Tales หนังเรื่องนี้แบ่งออกเป็นเรื่องสั้น 3 ตอนนะคะ คือ
  2. มันอยู่ในรถ (Haunted Car) โดยเนื้อเรื่องจะเกี่ยวกับความลับของนักธุรกิจหนุ่มที่ถูกซ่อนเอาไว้ในระหว่างการเดินทางด้วยรถแท็กซี่ นำแสดงโดย อารักษ์ อมรศุภศิริ และ ธเนศ วรากุลนุเคราะห์
  3. ใบลาน (The Book of Truth) เนื้อเรื่องเกี่ยวกับนักเขียนนิยายสยองขวัญได้รับอีเมล์ปริศนาเกี่ยวกับตำนานสมุดใบลาน และเขาก็ได้เริ่มเขียนนิยายสยองขวัญลงในสมุดใบลานจนเกิดเรื่องราวน่ากลัว นำแสดงโดย ปริญ สุภารัตน์
  4. ไปผุดไปเกิด (Reborn) ตอนนี้จะมีเนื้อเรื่องเกี่ยวกับ หญิงสาวคนหนึ่งที่ได้กลับมาหาสาเหตุการตายในโรงแรมแห่งหนึ่ง และช่วยปลดปล่อยวิญญาณที่ยังคงอยู่ในโรงแรมนั้น นำแสดงโดยกัญญ์ณรัณ วงศ์ขจรไกล
  5. Music มิวสิก เรื่องนี้เป็นหนังดราม่าค่ะ เนื้อเรื่องจะเกี่ยวกับ หญิงสาวที่ชื่อ ซู ต้องจากบ้านและครอบครัว และพบชะตากรรมที่โหดร้ายทำให้เธอต้องรับหน้าที่ดูแลน้องสาวที่เป็นออทิสติกอ่อน ๆ ต่อมาได้มาพบกับ เอโบ ซึ่งเอโบ ได้เข้ามาช่วยเหลือซู จนทำให้ซูเกิดความประทับใจ เรื่องนี้นำแสดงโดย  เคต ฮัตสัน, แมดดี ซิกเลอร์, จูเลียต ลูวิส และกำกับการแสดงโดย เซียค่ะ
  6. Boss Level บอสมหากาฬ ฝ่าด่านนรก เป็นหนังแอคชั่น ไซไฟ เริ่มเรื่องโดย รอย พัลเวอร์ นำแสดงโดย แฟรงค์ กริลโล ต้องหนีจากการตามล่าของนักฆ่ามืออาชีพ โดยที่เขาก็ไม่รู้ว่าเพราะสาเหตุอะไร ด้วยเหตุนี้จึงทำให้รอยตัดสินใจหาสาเหตุไปพร้อมกับการช่วยชีวิตภรรยาเก่าและลูก
  7. The Marksman คนระห่ำพันธุ์ระอุ เรื่องนี้เป็นหนังแอคชั่น ระทึกขวัญค่ะ เนื้อเรื่องจะเกี่ยวกับอดีตนาวิกโยธิน ได้มาพบเห็นสองแม่ลูกที่หนีการตามล่าจากแก๊งนักฆ่า ในที่สุดอดีตนาวิกโยธินผู้นี้ก็ได้พาสองแม่ลูกหลบหนีแต่แก๊งนักฆ่าก็ยังตามล่าแบบไม่ลดละ

ทั้งหมดนี้เป็นหนังใหม่น่าดู ที่จะเข้าฉายในเดือนมีนาคมนี้นะคะ ใครที่ชื่นชอบหนังแนวไหนก็เลือกดูได้ตามสบายเลยค่ะ และหากมีหนังใหม่ๆ มาอีก เราก็จะมาอัพเดทข้อมูลให้ทราบอีกทีค่ะ

เครดิตภาพ : sanook.com

#หนังใหม่น่าดู #หนังน่าดูมีนาคม 2021 #อัปเดตหนังใหม่

Categories
ข่าวบันเทิงดารา

สาวสวยตลอดกาล “ซงจีฮโย” นักแสดงนำซีรีย์ Princess Hours (2006)

            หากจะกล่าวถึงหนึ่งในนักแสดงหญิงของเกาหลีที่โด่งดังมาตั้งแต่อดีตและปัจจุบันก็ยังคงความสวยตามในภาพจำที่เราคุ้นเคยกันอยู่ หลาย ๆ คนก็น่าจะนึกถึง “ซงจีฮโย” นักแสดงนำซีรีย์ Princess Hours (2006) ซึ่งเธอได้รับบทบาท “มินฮโยริน” นางร้ายเนียน ๆ ที่มีดีกรีเป็นถึงสาวนักบัลเล่ต์และเป็นเพื่อนสนิทขององค์ชายชินมาจนอีกฝ่ายชอบเธอจึงสารภาพรักออกไป แต่เจ้าหล่อนกลับปฏิเสธเขาเพราะตัวเองยังคงมีความฝันที่จะได้ไปแข่งบัลเล่ต์ ทว่าพอองค์ชายไปแต่งงานกับพระเอก เธอก็กลับมาหาเขาแบบผิดที่ผิดเวลาเสียจริงจนทำให้หลายคนอินกับบทบาทของเธอมาก แต่ขณะเดียวกันก็อดชมในความสวยของซงจีฮโยไม่ได้เช่นเดียวกัน ผ่านมายี่สิบกว่าปีแล้ว ใบหน้าเธอก็ยังคงไม่เปลี่ยนไปมาก มีแต่สวยขึ้นจนน่าอิจฉาเลย วันนี้เราก็จะมาแนะนำนักแสดงสาวซงจีฮโยให้ทุกคนได้รู้จัก เพื่อเป็นการฉลองข่าวการนำกลับมารีเมคใหม่ของซีรีย์ Princess Hours กัน

ประวัติของซงจีฮโย

            ซงจีฮโย มีชื่อจริงว่า “ชุนซ็องอิม” เกิดเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2524 ราศีสิงห์ ณ จังหวัดคยองซังเหนือ ประเทศเกาหลีใต้ เธอมีส่วนสูง 168 เซนติเมตร และน้ำหนัก 46 กิโลกรัม เป็นสาวกรุ๊ป A ทำให้เป็นคนที่มีความมั่นใจสูงและคิดจริงทำจริง มีความขยันและตั้งใจทำสิ่งต่าง ๆ อย่างสูง  มีพี่น้องร่วมสายเลือดจำนวน 3 คน ได้แก่ น้องชายจำนวน 1 คนและน้องสาวจำนวน 2 คน ซงจีฮโยเป็นพี่สาวคนโต

ด้านการศึกษาของซงจีฮโย เธอได้รับปริญาบัตรที่มหาวิทยาลัยคยองมุนและวิทยาลัยกุกเจ แผนกภาษีและการบัญชี และเข้าวงการตั้งแต่ปี 2001 จากการเป็นนางแบบให้กับนิตยสาร Kiki หลังจากนั้นเธอก็ได้เป็นพรีเซ็นเตอร์โฆษณา โดยผ่านงานมาแล้วมากมายอาทิ GM DAEWOO (Kalos), LG Telecom (Khai), Shiseido, Natuur, Hite, Daum และ Lotreria นอกจากงานโฆษณาแล้ว ซงจี-ฮโย ก็เคยมีผลงานมิวสิกวีดีโอให้กับ J.T.L. และ Lee Soo Young

ผลงานการแสดงของซงจีฮโย

            ในปี 2003 ซงจีฮโยได้มีผลงานการแสดงในเรื่อง “Wishing Stairs” ในบทบาทของ ยุนจีซอง นักเรียนบัลเล่ต์ปี 2 ในโรงเรียนหญิงล้วนแห่งหนึ่ง ที่เกิดความผิดหวังอย่างรุนแรงจึงไปขอพรกับบันไดซึ่งเป็นที่สิงสถิตของวิญญาณอันชั่วร้าย และเธอก็ได้มีงานแสดงภาพยนตร์อื่น ๆ อย่างต่อเนื่องก่อนจะหยุดพักงานไป 1 ปีแล้วกลับมามีผลงานการแสดงที่ทำให้เธอแจ้งเกิดในบทบาทของ มินฮโยริน จากซีรีย์ Princess Hours ในปี 2006 ซึ่งเป็นผลงานการแสดงเรื่องแรกของเธอ และยังมีผลงานอีกเรื่องที่โด่งดังมากไม่แพ้กัน คือซีรีย์ Jumong ที่ซงจีฮโยได้รับบทบาทภรรยาคนแรกของจูมง ทำให้ตั้งแต่นั้นเธอก็กลายเป็นนักแสดงนำหญิงที่รู้จักกันในเกาหลีและเอเชียเป็นจำนวนมาก แถมปัจจุบันยังคงความสวยของใบหน้าจนทำให้เราคิดว่าเธอหยุดเวลาไว้ที่บทบาทของมินฮโยรินซึ่งเป็นเด็กมัธยมปลายไว้เลย

แนวโน้มการได้แสดงซีรีย์ Princess Hours ฉบับรีเมคของซงจีฮโย

            จากความสวยตลอดกาลของซงจีฮโยทำให้เกิดกระแสจากเหล่าแฟนคลับซีรีย์ Princess Hours ว่าเธอควรจะได้กลับมาแสดงบทบาทของมินฮโยรินอีกครั้งในการรีเมคใหม่ครั้งนี้ เพราะหน้าของเธอดูเด็กและอ่อนเยาว์เกินกว่าจะมองข้ามได้ และภาพติดตามของหลาย ๆ คนสำหรับบทบาทของมินฮโยรินก็ยังมีเพียงแค่ซงจีฮโยเท่านั้น คิดถึงนักแสดงคนอื่นไม่ออกเลย

IG ซงจีฮโย : https://www.instagram.com/my_songjihyo/?hl=en

รูปภาพประกอบ

รูปภาพที่ 1 : https://rojakdaily.com/

รูปภาพที่ 2 : https://www.forbes.com/

รูปภาพที่ 3 : https://zapzee.net/

#Princess Hours รีเมค #ซงจีฮโย #บันเทิงเกาหลี

Categories
ข่าวบันเทิงดารา

Girls ‘Generation มีรายงานว่ากำลังพูดคุยเกี่ยวกับแผนการคัมแบ็ค

และความคิดเห็นของ SM เกี่ยวกับการคัมแบ็คของ Girls ‘Generation

Girls ‘Generation มีข่าวว่ากพลังจะคัมแบ็ค! โดยเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ตัวแทนในอุตสาหกรรมรายงานว่าสมาชิกได้หารือเกี่ยวกับแผนการที่จะคัมแบ็คในปีนี้จากแหล่งข่าวคนหนึ่งให้ความเห็นว่า “แม้ว่าตอนนี้สมาชิกจะอยู่ในเอเจนซี่ที่แตกต่างกัน แต่ก็เป็นเรื่องจริงที่พวกเธอพูดคุยเกี่ยวกับแผนการทำอัลบั้มอยู่ตลอดเวลาเพราะพวกเธอทุกคนอยู่ในเงื่อนไขที่ดีต่อสัญญาในค่าย” แหล่งข่าวอีกรายกล่าวเพิ่มเติมว่าการคัมแบ็คยังไม่ได้รับการยืนยัน แต่สมาชิกกำลังตรวจสอบตารางงานของพวกเธอสำหรับการคัมแบ็คที่อาจเกิดขึ้นในช่วงเดือนพฤษภาคมหรือมิถุนายนนี้และเพื่อตอบสนองต่อรายงานตัวแทนของ SM Entertainment แสดงความคิดเห็นว่า“ทางค่ายยังไม่มีการตัดสินใจใด ๆเกี่ยวกับเรื่องนี้”

ทั้งนี้อัลบั้มก่อนหน้าของ Girls ‘Generation ในขณะที่สมาชิกทุกคนอยู่กันแบบเต็มวง คือ อัลบั้ม “Holiday Night” ในเดือนสิงหาคม 2017 และในปี 2018 สมาชิกทั้งห้าคนที่ยังทำงานอยู่ใน SM Entertainment ได้ปล่อยเพลง “Lil’ Touch” ออกมาให้แฟน ๆหายคิดถึงในฐานะ Girls ‘Generation

‘Legend’ Girls ‘Generation กำลังจะมารวมตัวกันอีกครั้ง

ในการรวมตัวของสมาชิก Girls ‘Generationจะเป็นการรวมตัวกันในวันครบรอบ 13 ปีของ Girls ‘Generation และมีการเฉลิมฉลองในครอบครัว ในตอนนั้นแทยอนเคยกล่าวว่า “เพราะ Girls ‘Generation ไม่มีจุดจบ และฉันก็คอยเชียร์ให้มีวันที่มีความสุขอยู่เสมอ รวมทั้งการที่ฉันจะเผชิญกับความคาดหวังของแฟน ๆ Girls ‘Generation ฉันขอบคุณสำหรับวันนี้และใช้เวลาให้ดีขอให้มีความสุขกับความปรารถนาของสมาชิกและตัวเอง”

ผลงานก่อนหน้านี้ของสมาชิก 8 คนของ Girls ‘Generationคืออัลบั้มชุดที่ 6 ที่ชื่อ ‘Holiday Night’ ที่ปล่อยออกมาในเดือนสิงหาคม 2017 หากการคัมแบ็คครั้งนี้ประสบความสำเร็จคาดว่าจะเป็นการคัมแบ็คอย่างสมบูรณ์ในรอบ 4 ปีของ Girls ‘Generation ซึ่งสตาฟของ SM Entertainment บอกเล่าเกี่ยวกับการคัมแบ็คของสาว ๆ ไว้ว่า “ในตอนนี้การคัมแบ็คของ Girls ‘Generationยังไม่แน่ชัด แต่เรากำลังตรวจสอบตารางงานของสมาชิกในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงเดือนมิถุนายนว่ามีกิจกรรมส่วนตัวมากมายแค่ไหน เช่น อัลบั้ม งานบันเทิง  และละครดังนั้นเราจึงต้องจัดตารางเวลาให้พอดีกับสมาชิกGirls ‘Generationทุกคนให้พอดีกับานทุก ๆงานโดยที่ไม่กระทบงานอื่น ๆ และถ้าเป็นไปได้เราจะดำเนินการออกอากาศเพลง did ให้แฟน ๆหายคิดถึง

Girls ‘Generation เดบิวต์ในปี 2007 จากเพลง ‘Meet again’, ‘Kissing You’, ‘Tell me your wish’, ‘Oh!’, ‘Hoot’ และเพลง ‘Ji’ และหลายเป็นที่รักในฐานะเกิร์ลกรุ๊ปอันดับต้น ๆ ของเกาหลีและแฟน ๆที่คิดถึงสาว ๆ Girls ‘Generation ก็สามารถเข้าไปดูคลิปที่ทั้ง 8 คนกลับมาฉลองกันได้ที่ช่องยูทูปและติดตามผลงานของ Girls ‘Generation ผ่านทางโซเชี่ยลของสาว ๆเพื่อที่ว่าเราจะได้ไม่พลาดช่วงเวลาแรกของทั้ง 8 สาวนั่นเอง

เครดิตรูปภาพ soompi.com และ entertain.naver.com

#Girls ‘Generation #Girls ‘Generationเตรียมคัมแบ็ค #บันเทิง K-pop

Categories
ข่าวบันเทิงดารา

Rosé พูดถึงการเดบิวต์เดี่ยวการสนับสนุนจากสมาชิก BLACKPINK และอื่น ๆ

Rosé กำลังก้าวเข้าสู่ก้าวแรกของเธอในฐานะศิลปินเดี่ยวในนามของ สมาชิก BLACKPINK

ในงานแถลงข่าวออนไลน์ที่จัดขึ้นในวันที่ 12 มีนาคมสำหรับการเปิดตัวอัลบั้มเดี่ยวของเธอ Rosé เปิดเผยความคิดของเธอเกี่ยวกับการเดบิวต์เดี่ยวของเธอว่า

อัลบั้มเดี่ยวของเธอที่ชื่อ “R” มีสองเพลง ได้แก่ “GONE” และเพลงไตเติ้ลของเธอที่ชื่อ “On The Ground” Rosé กล่าวว่า“ตอนอัดเพลงบางครั้งก็มีเพลงที่เหมือนโชคชะตา ฉันบันทึกเพลง ‘GONE’ เป็นครั้งแรกเมื่อสองปีที่แล้วและฉันยังจำช่วงเวลานั้นได้ ฉันบอกเท็ดดี้ว่า ‘เพลงนี้ดีมาก’ และฟังมันเยอะมาก ฉันต้องการแบ่งปันกับทุกคนอย่างรวดเร็ว ฉันชอบเพลง ‘On The Ground’ มากด้วย ดังนั้นจึงเลือกสองเพลงนี้ออมาแบบไม่ต้องคิดเลย พวกเขาทั้งสองมาหาฉันเหมือนโชคชะตาโดยไม่ต้องคิดมากเกินไปว่าจะเป็นยังไง”

ทั้งสองเพลงมีเนื้อเพลงเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมดและ Rosé มีส่วนร่วมในการเขียนเนื้อเพลง เธออธิบายว่า“ฉันคิดว่ามีภาษาที่เหมาะกับแต่ละเพลง ฉันครุ่นคิดหลายอย่างเกี่ยวกับภาษาที่เหมาะสมกับเพลงไตเติ้ลมากที่สุดเพื่อเพิ่มคุณภาพของเพลง ฉันคิดว่าภาษาอังกฤษเหมาะสมที่สุด ฉันกังวลและครุ่นคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้มากเพราะฉันคิดว่าแฟน ๆ อาจไม่พอใจ แต่ฉันคิดว่าการปรับแต่งเพลงให้ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้และนำเสนอเพลงที่ฉันพอใจนั้นสำคัญกว่า”

ในการเดินทางคนเดียวของ Rosé เธอแสดงความคิดเห็นว่า“จนถึงตอนนี้พวกเราสี่คนทำในสิ่งที่ฉันทำคนเดียวในตอนนี้ดังนั้นฉันจึงมีความรับผิดชอบและสิ่งที่ต้องทำมากขึ้น ในขณะที่เตรียมตัวสำหรับการโปรโมตเดี่ยวของฉัน ฉันตระหนักว่าฉันได้เรียนรู้หลายอย่างในขณะที่ทำกิจกรรมของ BLACKPINK ฉันคิดอีกครั้งว่าการเติบโตและเรียนรู้ไปด้วยกันนั้นพิเศษแค่ไหน ฉันรู้สึกได้ถึงคุณค่าของสมาชิกของฉันมากขึ้น”

เธอกล่าวเสริมว่า“ เพราะสมาชิกแต่ละคนให้กำลังใจฉันมากมันทำให้ฉันคิดว่า ‘การสนับสนุนเป็นสิ่งที่สำคัญมาก’ ฉันรู้สึกว่าได้รับการสนับสนุนจริงๆ เจนนี่มอบของขวัญน่ารัก ๆ ให้ฉันและทำสร้อยข้อมือที่มีชื่อสุนัขของฉัน เราวิดีโอโทรหากันด้วย จีซูแสดงความคิดเห็นว่า ‘ฉันมีความสุขมากที่เพลงนี้ดีมาก’ ราวกับว่าเป็นเพลงของเธอเอง สิ่งที่น่าจดจำที่สุดที่เธอพูดคือ ‘ฉันหวังว่าคุณจะทำทุกอย่างที่คุณต้องการทำเพื่อการโปรโมตเหล่านี้’ ลิซ่าบอกกับทีมงานว่ามิวสิกวิดีโอ ‘เจ๋งมาก’ หลังจากฟังเพลงและดูวิดีโอ”

Rosé กับช่วงเวลาในการถ่ายทำมิวสิกวิดีโอเพลง “On The Ground”

ในการถ่ายทำมิวสิกวิดีโอในช่วงฤดูหนาวของเดือนมกราคม Rosé อธิบายว่า“ฉันชอบฤดูหนาวในขณะที่อยู่ในเกาหลีมันหนาวมาก แต่ฉันก็สร้างความทรงจำได้มากพอ ๆ ฉันคิดว่าฉันสามารถทำสิ่งที่ฉันพอใจได้ขอบคุณที่ได้ทำงานร่วมกับผู้คนที่ยอดเยี่ยม ฉันมีความสุขมาก”

เมื่อจบการสัมภาษณ์ Rosé กล่าวว่า“สำหรับอัลบั้มนี้ฉันหวังว่าคุณจะสามารถถือเป็นก้าวแรกของการแนะนำตัวเองในแบบที่ฉันเป็น ในขณะที่ทำงานกับอัลบั้มนี้ฉันได้รับรู้หลายอย่างและได้รับความสะดวกสบายมากมาย ฉันหวังว่าทุกคนที่ฟังเพลงของฉันจะสามารถเชื่อมโยงกับพวกเขาและรู้สึกสบายใจ ฉันจะมีความสุขเป็นพิเศษถ้า BLINK ชอบเพลงของฉันค่ะ”

ลิงก์วิดีโอที่เกี่ยวข้อง :

ROSÉ – ‘On The Ground’ M/V

เครดิตรูปภาพ soompi.com

#Rosé #On The Ground #Rosé Solo อัลบั้ม

Categories
ข่าวบันเทิงดารา

“บิ๊กเอ็ม” จากตัวร้ายสู่พระเอกแถวหน้าของช่อง 7

            เชื่อว่าสาว ๆ สาวกแฟนคลับดาราช่อง 7 หลายคนคงกรี๊ดกร๊าดจนเสียงแทบแตกเมื่อกล่าวถึง “บิ๊กเอ็ม” พระเอกหนุ่มมาดแบดบอยที่มีหน้าตาคมเข้ม มีเครา และยิ่งมองไปนาน ๆ ก็ยิ่งใจเต้นแรง แต่หากคุณติดตามนักแสดงคนนี้มานานหลายปีก็น่าจะรู้ว่าตอนที่เข้าวงการบันเทิงมาแรก ๆ บิ๊กเอ็มรับบทเป็น “ตัวร้าย”นะคะ มาถึงตรงนี้คนที่เพิ่งติดตามบิ๊กเอ็มคงร้อง “หือ!”กันเป็นแถบแล้ว แต่ก็เพราะบทบาทตัวร้ายที่แสดงดีเกินไปนี่ล่ะค่ะจึงทำให้เขาได้รับการแจ้งเกิดจนกลายมาเป็นพระเอกแถวหน้าของช่อง 7 จนถึงทุกวันนี้ เราตามมาดูกันดีกว่าว่าบิ๊กเอ็มสุดหล่อของเราต้องผ่านชีวิตการแสดงมามากแค่ไหน

ประวัติของ “บิ๊กเอ็ม”

            “บิ๊กเอ็ม” หรือ “กฤตฤทธิ์ บุตรพรม” มีส่วนสูง 185 เซนติเมตร เกิดเมื่อวันที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2530 ที่จังหวัดนครราชสีมา จบระดับมัธยมปลายจากโรงเรียนศรีกระนวนวิทยาคม และได้เข้าศึกษาต่อปริญญาตรีที่คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ สาขาภาษาอังกฤษ มหาวิทยาลัยมหาสารคามจนเรียนจบ

บิ๊กเอ็มเริ่มเข้าสู่เส้นทางบันเทิงจากการประกวด Arrow Handsome Man 2012 ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ก่อนที่จะมีผลงานโฆษณาและถ่ายแบบตามมาหลายชิ้น จนเริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้น หลังจากที่เขาได้รับบทนักแสดงนำในภาพยนตร์เรื่อง แหยมยโสธร 3 ต่อมาเขาได้เซ็นสัญญากับช่อง 7  

ผลงานการแสดงของ “บิ๊กเอ็ม”

            หลังจากที่บิ๊กเอ็มได้เข้ามาเป็นนักแสดงของช่อง 7 แล้วก็ได้มีผลงานการแสดงละครเรื่องแรก คือ “บอดี้การ์ดสาว” รับบทเป็น “สมชาย” ซึ่งยังไม่ดังมากเพราะเป็นแนวละครที่ช่วงนั้นไม่ค่อยบูม อีกทั้งยังเป็นละครรีเมคซึ่งหลายคนเคยดูไปแล้ว ทำให้เขายังคงเป็นที่รู้จักน้อย จนกระทั่งมาถึงละครในเรื่องที่ 2 ซึ่งบิ๊กเอ็มได้แสดงเป็น “อธิคม” ตัวร้ายจากเรื่อง “คีตโลกา”ซึ่งเป็นละครแนวโลกคู่ขนาน ปราบปรามยาเสพติด การแสดงของเขาได้เป็นที่ประจักษ์แก่ผู้ชมทางบ้านจนมีแต่คนเชียร์ให้อธิคมคู่กับอัญมากกว่าจะคู่กับพระเอก นั่นจึงเป็นจุดเริ่มต้นของการก้าวมาขึ้นแท่นพระเอกของช่อง 7 อย่างรวดเร็วในเรื่องต่อมา คือ ละครเรื่อง “จับกัง” ซึ่งเขาได้แสดงเป็น “กล้า” และมีผลงานพระเอกเรื่องต่าง ๆ ออกมาอีกมากมายจนึงปัจจุบัน

ความสามารถของ “บิ๊กเอ็ม”

            บิ๊กเอ็ม เป็นนักแสดงที่ภายนอกอาจจะมีใบหน้าที่ดูเป็นสไตล์ตัวร้าย แต่การถ่ายทอดอารมณ์ทุกอย่างในการแสดง เขาสามารถทำให้คนเห็นอารมณ์ตัวเองได้ครบองค์ประกอบทั้งจากสีหน้า ดวงตา และท่าทางแบบที่ทำให้ผู้ชมออนเหมือนเจ้าตัวรู้สึกเช่นนั้นจริง ๆ

บทอ่อนโยน บิ๊กเอ็มก็สามารถแสดงออกมาได้ดีจนสาว ๆ ใจอ่อนระทวยตาม แต่บทจะเจ็บปวดหรือโกรธแค้นนั้นก็ทำเอาขนลุกแบบเหมือนเขากำลังระบายในสิ่งที่อัดอั้นในใจแบบที่ตัวละครมีจริง ๆ จนดูสมจริง โดยเฉพาะในบทบาทตัวร้ายเรื่อง “คีตโลกา” ซึ่งทำให้บิ๊กเอ็มแจ้งเกิด

เขาสามารถถ่ายทอดความเป็นตัวร้ายในตอนแรกออกมาได้น่ากลัวแต่พอนางเอกได้เข้ามาเปิดโลกก็ทำให้รู้ว่าเขาเป็นคนที่มีปมและต้องการความรักซึ่งบิ๊กเอ็มก็ได้แสดงความทุกข์ระทมแสนสาหัสจากบาดแผลในใจได้แบบกินขาดทุกตัวละครเด่นอย่างคู่พระนางไปได้แถมการร้องเพลงแทนความรู้สึกของตัวละคร “อธิคม”ยังกินใจจนซึ้งแทบน้ำตาไหลตาม จนมีแต่คนบอกว่า “ขอให้บิ๊กเอ็มได้เป็นพระเอกบ้าง” ตอนนี้สมหวังแล้วนะทุกคน

ลิงก์ที่เกี่ยวข้องกับ “บิ๊กเอ็ม – กฤตฤทธิ์ บุตรพรม

https://www.instagram.com/bigm_krittarit/?hl=th

รูปภาพประกอบ

รูปภาพที่ 1 : https://www.posttoday.com/

รูปภาพที่ 2 : https://www.khaosod.co.th/

รูปภาพที่ 3 : https://pantip.com/topic/32524389

#ประวัติ บิ๊กเอ็ม #พระเอกช่อง 7 #กฤตฤทธิ์ บุตรพรม

Categories
ข่าวบันเทิงดารา

“รุจ ศุภรุจ” ศิลปินเสียงนุ่มขวัญใจสาว ๆ ตลอดกาล

หลาย ๆ คนที่อายุยี่สิบปีอัพน่าจะรู้จักชื่อของ “รุจ ศุภรุจ” เป็นอย่างดี เพราะเขาเป็นศิลปินหนุ่มที่มีน้ำเสียงนุ่มที่ร้องเพลงแนวไหนก็ไพเราะ โดยเฉพาะเพลงแนวป๊อปที่ให้อารมณ์ของความรักอบอุ่นหัวใจแบบลึกซึ้งเข้าถึงหัวใจเพลงทุกเพลง

หรือแม้แต่เพลงแนวเศร้าเหงาที่สามารถ่ายทอดออกมาในระดับเทพซึ่งเป็นที่ชื่นชอบกันมากจนบางทีฟังแล้วก็น้ำตาไหลด้วยความอินตามเลย

ถึงแม้ว่ารุจจะไม่ค่อยได้ออกซิงเกิลใหม่เหมือนเมื่อก่อนแล้ว แต่เราก็อยากให้เด็ก ๆ รุ่นใหม่ได้มีโอกาสรู้จักกับศิลปินคนนี้มาก วันนี้เราจึงได้สรุปประวัติพร้อมกับพามาตามดูชีวิตของ “รุจ ศุภรุจ” ในปัจจุบันนี้กันว่าสุดหล่อของเราจะเป็นอย่างไรกันบ้าง

ประวัติของ “รุจ ศุภรุจ”

            “รุจ – ศุภรุจ เตชะตานนท์” หรือ “รุจ เดอะสตาร์ 4” เกิดและเข้ารับการศึกษาตั้งแต่ระดับประถมศึกษาจนถึงระดับอุดมศึกษาที่จังหวัดขอนแก่น โดยในระดับอุดมศึกษา รุจ ศุภรุจได้เรียนปริญญาตรี คณะบริหารธุรกิจและการบัญชี มหาวิทยาลัยขอนแก่น และเรียนต่อระดับปริญญาโท เศรษฐศาสตรมหาบัณฑิต จากคณะวิทยาการจัดการ วิทยาลัยบัณฑิตศึกษาการจัดการ มหาวิทยาลัยขอนแก่นจนสำเร็จการศึกษา เป็นบุตรชายคนสุดท้องของ ศุภสิธ เตชะตานนท์ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น 6 สมัย รุจได้เข้าประกวดรายการเดอะสตาร์ ค้นฟ้าคว้าดาวปี 4 และได้รางวัลรองชนะเลิศจนกลายมาเป็นนักร้องสังกัดค่ายแกรมมี่ในที่สุด จนตอนนี้ก็ได้สังกัดอยู่ในค่ายเพลงมีเรคคอร์ดส, เนเวอร์มายด์ เรคคอร์ด ซึ่งก็มีผลงานออกมาเรื่อย ๆ

ผลงานของ “รุจ ศุภรุจ”

            หลังจากที่ได้เป็นรองชนะเลิศจากการประกวดประกวดรายการเดอะสตาร์ ค้นฟ้าคว้าดาวปี 4 “รุจ ศุภรุจ” ก็ได้ออกเพลงแรกของชีวิตเขาที่ได้เป็นศิลปินเต็มตัว คือ “หมดเวลาแก้ตัว” ซึ่งเพลงนี้ยังคงโด่งดังมาจนถึงปัจจุบันก่อนจะตามมาด้วยเพลงประกอบละครมากมายที่ไพเราะและซาบซึ้งมากด้วยความหมายของเพลงที่ดีอยู่แล้ว พอได้รุจมาเป็นผู้ขับร้องด้วยน้ำเสียงอบอุ่น นุ่ม จึงทำให้แต่ละเพลงมีความอ่อนหวานและปลอบโยนได้ทุกครั้งที่ฟัง จึงไม่แปลกที่เขาจะได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในศิลปินแห่งเพลงซาวน์แทร็กด้วย เช่น เพลงอยู่เพื่อเธอ OST.แก้วล้อมเพชร ,เพลงเธอเป็นคนเดียวที่ฉันจะรัก OST.พรุ่งนี้ก็รักเธอ ,เพลงฉันจะรู้จักเธอกว่านี้ได้ยังไง OST.จับตายวายร้ายสายสมร ซึ่งส่วนใหญ่เพลงที่รุจ ศุภรุจร้องมักจะเป็นเพลงช้าทำให้ได้อารมณ์ในการฟังมาก

ชีวิตปัจจุบันของ “รุจ ศุภรุจ”

            ปัจจุบันนี้นาน ๆ ครั้งรุจ ศุภรุจ จึงจะออกซิงเกิลของตัวเองที เพราะเขามีมุมมองใหม่ที่ตัวเองรักไม่ต่างจากการร้องเพลงแล้ว นั่นก็คือ การได้ออกไปถ่ายทอดเรื่องราวในโลกอันกว้างใหญ่ ณ ประเทศญี่ปุ่น

ให้ผู้คนได้เห็นความงดงามของสภาพแวดล้อม ทิวทัศน์ วิถีชีวิต และความสุขในการเดินทางคู่กับกล้อง DSLR ตัวโปรด โดยได้เปิดเพจใน Facebook ที่ชื่อว่า “Outside The Room”

ซึ่งภาพแต่ละภาพของเมืองเล็กเมืองใหญ่ในญี่ปุ่นซึ่งรุจ ศุภรุจของเราถ่ายรูปออกมาก็ล้วนแต่งดงามน่าค้นหามาก หลายที่เราก็ไม่เคยรู้จักเพราะมีรายละเอียดการเดินทางหรือข้อมูลที่พักน้อย

แต่พอได้เข้ามาชมเพจนี้ก็ได้ข้อมูลและแรงบันดาลใจในการเดินทางเยอะมากเลย บอกแล้วว่านอกจากน้ำเสียงที่อบอุ่น ความเป็นตัวของศิลปินหนุ่มคนนี้ก็ยังอบอุ่นด้วยเช่นกัน ใครที่อยากติดตามผลงานของรุจ ศุภรุจนอกจากผลงานเพลงก็อย่าลืมเข้าไปกดติดตามเพจ “Outside The Room” กันด้วยนะ

IG รุจ ศุภรุจ : https://www.instagram.com/suparuj/?hl=th

รูปภาพประกอบ

รูปภาพที่ 1 : https://www.naewna.com/entertain/

รูปภาพที่ 2 : https://www.posttoday.com/life/travel/

รูปภาพที่ 3 : https://www.thai25.com/icansee/

#รุจ ศุภรุจ #ประวัติ รุจ ศุภรุจ #เพจ “Outside The Room”

Categories
ข่าวบันเทิงดารา

เสียดาย 2020 ซีรีส์รวมความเสื่อมของวัยรุ่นสะท้อนปัญหาครอบครัวได้อย่างลึกซึ้ง

            เสียดาย 2020 เป็นซีรีส์ที่ดูได้บนแอปพลิเคชันอ้ายฉีอี้ (iQIYI) ด้วยเรื่องราวสะท้อนปัญหาสังคม ที่ตีแผ่และกระเทาะเปลือกความโลกสวยให้เห็นสังคมที่เปลือยเปล่า เห็นปัญหา เห็นชีวิต สังคม ความเสื่อมตรมของชีวิตเด็กทั้ง 4 ที่เป็นตัวละครหลักของเรื่อง นำแสดงโดยนักแสดงวัยรุ่น ชิชา อมาตยกุล (คิตตี้) รับบทปู, ศรนรินทร์ บุญผ่อง (พลอย) รับบทแป๋ม, แพรวพรรณรายณ์ ศันสนะพิทยากร (แพรว) รับบทเดือน และชญานิษฐ์ ชาญสง่าเวช (แพต) รับบทเงาะ ตัวละครทั้ง 4 มาเจอกัน และได้นิยามของคำว่าเสียดายตามชื่อเรื่องได้อย่างลุ่มลึก

เสียดาย 2020 ซีรีส์เปลือยปัญหาสังคมอย่างล่อนจ้อ

            เรื่องเริ่มจากชีวิตที่กำลังเริ่มต้นใหม่และกกำลังจะไปได้ดีของตัวละครทั้ง 4 เริ่มจากเงาะที่ย้ายบ้านมาเปิดร้านอาหาร ไปโรงเรียนใหม่ ได้เจอเพื่อนใหม่และสนิทกันอย่างปู ปูซึ่งย้ายมาอยู๋กับแม่หลังจากที่อยู่กับพ่อมาตลอดหลังจากทั้งสองหย่ากัน แป๋มซึ่งชีวิตก็ถูกบงการด้วยพ่อที่เป็นตำรวจอยู่แล้วและต้องคอยดูต้นทางให้แม่ที่ชอบเล่นไพ่กับหมู่เพื่อนเป็นประจำ และเดือนที่พ่อกำลังจะซื้อบ้านใหม่หลังอยู่ในห้องเช่าแคบ ๆ มานาน แต่จุกเริ่มต้นที่มีความสุขเหล่านี้นำมาสู่สาเหตุของปัญหาที่ยากจะแก้ไข

            บ้านของเงาะ พ่อหึงแม่ที่ลูกค้าผู้ชายมักพูดแทะโลม แม่พยายามบ่ายเบี่ยงว่าไม่มีอะไร จนวันหนึ่งเงาะไปเดินห้างแล้วเจอแม่กับผู้ชายอื่น จงเสียใจและเริ่มสูบบุหรี่และเสพยาตามกลุ่มเพื่อนที่คบอยู่ ปูถูกพ่อเลี้ยงข่มขืนและถูกแม่แท้ ๆ ไล่ออกไปอยู่ที่อื่นเพราะกลัวเป็นตัวสร้างความแตกแยกให้ครอบใหม่ของแม่ พ่อของเดือนประสบอุบัติเหตุเป็นอัมพาตทั้งตัวทำให้แม่และเดือนต้องทำงานหาเงินเอง แม่ขายตัว และดือนเองก็ทำแบบแม่ ถึวจะเป็นการฝืนอย่างที่สุดแต่ก็ได้เงินมากพอจะมาจ่ายค่ารักษาพ่อ แป๋มเหลวไหลขึ้นทุกวัน แม่ถูกพ่อตี และทั้งหมดก็หนีออกจากบ้านมาเช่าห้องอยาด้วยกัน

            นอกจากนี้ยังมีตัวละครอีกสองตัวมาสมทบ คนนึงเป็นเกย์ชื่อหยก ชอบเต้นแต่ถูกพ่อด่า พ่อรังเกียจที่ลูกเป็นแบบนี้ อีกคนเป็นเด็กติดยาแต่รักแป๋มอย่างจริงใจ ทั้งหมดอยู่ด้วยกัน ไม่ไปเรียน มั่วสุมเสพยา ดมกาว สูบบุหรี่ จนเงินจะหมดจึงพากันไปซื้อเสื้อผผ้ามือสองมาขาย พอได้เงินมาก็ไปซื้อยามาเสพ จนวันหนึ่งหยกกลับไปขโมยเงินที้บานก็ได้ข่าวว่าแม่ออกตามหาเขาและถูกรถชนตาย หยกจึงกระโดดตึกฆ่าตัวตาย

            การตายของหยกจึงทำให้คนที่เหลือคิดได้และพยายามเลิกยา แต่ก็เป็นไปได้อย่างยากลำบาก เดือนกับเงาะทำได้และกลับบไปอยู่บ้านกับพ่อแม่ ปูเองก็กลับแต่ยังเลิกยาไม่ได้ ส่วนแป๋มถูกพ่อนำไปบำบัดที่วัดแต่หนีมา ยอมถูกข่มขืนเพื่อแลกกับยา และสุดท้ายแป๋มตายที่สระว่ายน้ำ

            ซีรีส์สะท้อนให้เห็นปัญหาจากสถานบันเล็ก ๆ อย่างครอบครัวที่สร้างปัญหาใหญ่โตได้ เป็นซีรีส์ที่ไม่ดูแล้วเสียดายมาก ๆ เชิญชวนค่ะ

เครดิตภาพ

1. https://dbalmaxpro.com/2020/09/26/%E0%B8%8B%E0%B8%B5%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%AA%E0%B9%8C-%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%94%E0%B8%B2%E0%B8%A2-%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%84-2020-%E0%B8%97%E0%B8%B5/

2. https://news.pts.org.tw/article/504594

#เสียดาย 2020 #ซีรีส์เปลือยปัญหาสังคม #ข่าวบันเทิงไทย