Categories
ข่าวบันเทิงดารา

แนะนำเพลงฮิตติดหูจากนักร้องคุณภาพ ป๊อบ ปองกูล

ป๊อบ ปองกูล สืบซึ้ง ถือเป็นนักร้องคุณภาพอีกคนหนึ่ง โดยมีชื่อเสียงมาจากรายการ “เฟิร์สต์สเตจโชว์” (First Stage Show) ประจำปี พ.ศ. 2547 และเป็นอดีตนักร้องนำวง แคลอรี่ส์ บลาห์ บลาห์ ปัจจุบันป๊อบจะมีผลงานเพลงในฐานะศิลปินเดี่ยวภายใต้สังกัดแกรมมี่ ซึ่งป๊อบก็ได้มีผลงานเพลงออกมาให้เราได้ติดตามกันมากมาย โดยแต่ละเพลงก็มีเนื้อหาที่ซึ้งกินใจมากๆเลยล่ะค่ะ วันนี้เลยขออาสามาแนะนำเพลงฮิตติดหูของป๊อบปองกูลกันค่ะ ว่าแต่จะเพลงไหนบ้าง ตามไปดูกันเลย

1.คนที่ไม่เข้าตา 

สำหรับเพลงนี้เป็นเพลงที่เคยฮิตติดชาร์ตวิทยุยาวนานมาก ถือเป็นเพลงแจ้งเกิดที่สร้างชื่อเสียงให้กับวง แคลอรี่ส์ บลาห์ บลาห์ รวมถึง ป๊อบ ปองกูลด้วย เป็นเพลงที่ใครๆก็จำได้ เป็นเพลงเกี่ยวกับผู้ชายธรรมดาๆที่เจียมเนื้อเจียม ตามหารักแท้ ทำให้เพลงนี้เป็นเพลงในดวงใจของใครหลายต่อหลายคน 

2.ภาพจำ

หากพูดถึงเพลงฮิตของ ป๊อบ ปองกูลคงขาดเพลงนี้ไปไม่ได้ กับเพลง ภาพจำ ที่การันตีความฮิตด้วยยอดวิว ทะลุ 100 ล้านวิว แล้วโดยเนื้อหาเพลงเป็นเรื่องราวของผู้ชายคนหนึ่งที่ไม่อาจลืมเลือนเรื่องราวระหว่างตัวเองกับคนที่รักได้

3.ปล่อย

เป็นเพลงของคนที่ตั้งใจจะตัดใจจากความรัก ด้วยการปล่อยคนที่รัก และพร้อมจะเริ่มต้นใหม่ แต่ช่วงเวลาที่ยากที่สุดคือช่วงเวลาก่อนที่จะตัดใจนั่นเอง เพราะต้องเจอกับอารมณ์เหงา เศร้า ผิดหวังมากมากที่ต้องสู้กับมันให้ได้ เป็นบทเพลงแสนเศร้าที่เยียวยาหัวใจของใครหลายๆคนได้ดี โดยเฉพาะท่อน แล้วมันจะผ่านไปด้วยดี ถือเป็นอีกหนึ่งเพลงที่ได้ยินบ่อยมากตามที่ต่างๆ

4.ไม่รู้จักฉัน ไม่รู้จักเธอ

เป็นเพลงที่ ป๊อบ ปองกูล ร้องฟีเจอริ่งกับสาวเสียงห้าว ดา เอ็นโดรฟินรวมถึงเป็นบทเพลงที่ใช้ประกอบภาพยนตร์เรื่อง “สายลับจับบ้านเล็ก” กับเนื้อเพลงที่ติดปาก บวกกับทำนองไพเราะติดหู จนคว้า อันดับเพลงฮอตท็อป 1 ของประเทศไปครอง ในปี 2550 

5.ระหว่างที่รอเขา

เป็นเพลงที่ ป๊อบ ปองกูล ร้องฟีเจอริ่งกับ ธีร์ ไชยเดช เป็นเพลงเศร้าช้าๆ ที่ฟังแล้วดึงอารมณ์ให้ดำดิ่ง เมื่อร้องเข้ากลับนักร้องเสียงนุ่มอย่าง ธีร์ ไชยเดช เป็นเพลงของคนแอบรักที่เสียสละยอมอยู่เป็นเพื่อนยามที่เธอไม่มีใคร แม้ในใจจะรู้ว่าเธอรอใครบางคนอยู่ เชื่อว่าเป็นอีกหนึ่งผลงานเพลงที่ติดตรึงใจใครหลายต่อหลายคน

เครดิตภาพ : youtube.com

#เพลงฮิต#ดารานักร้อง #ข่าวบันเทิง

Categories
ข่าวบันเทิงดารา

แนะนำเพลงรัก สำหรับคนคลั่งรัก

ใครเป็นคนคลั่งรักแต่ไม่กล้าบอกรักตรงๆ เรามีตัวช่วย บอกเลยว่าเป็นตัวช่วยที่จะทำให้คนรักของเราประทับใจแน่นอนค่ะ นั่นก็คือ การมอบเพลงรักหรือเปิดเพลงรักให้ฟัง แต่ถ้าจะให้พิเศษกว่าเดิมก็ร้องให้ฟังไปเลย รับรองว่าเป็นความทรงจำที่ดีเลยทีเดียว หากอยากรู้กันแล้วว่ามีเพลงไหนบ้าง ก็ตามไปดูพร้อมกันเลย 

1.จากนี้ไปจนนิรันดร์ 

เป็นเพลงที่เนื้อหาดีมากๆ เป็นการเล่าเรื่องของความรักครั้งแรกพบ โดยเฉพาะท่อนฮุคสุดฮิต “ฉันไม่เคยรักไม่เคยรู้ ว่าชีวิตมันดีเช่นไร เมื่อได้มีบางคนข้างกาย เมื่อได้มีเธออยู่ข้างๆกัน ฉันมอบชีวิต ต่อจากนี้ไปจนนิรันดร์ ทั้งหัวใจคือเธอเท่านั้น รักของเราจะอยู่จนวันตาย” เป็นท่อนที่มีความหมายลึกซึ้งมากจริงๆ ทำให้สัมผัสได้ถึงความรักที่บริสุทธิ์ที่มีให้กันจริงๆ เหมาะแก่การมอบให้คนรักหรือคนที่มั่นใจแล้วว่าจะมาเป็นคู่ชีวิต เพราะเนื้อเพลงหมายถึงจะไม่รักใครอีกแล้วนอกจากคุณคนเดียว 

2.มากกว่ารัก 

เป็นอีกหนึ่งในเพลงประกอบภาพยนตร์ที่เรียกได้ว่าดังทั่วบ้านทั่วเมืองกันเลยทีเดียว เชื่อว่าไม่มีใครไม่เคยฟังเพลงนี้ เนื้อหาของเพลงสัมผัสได้ถึงความโรแมนติก เหมาะสำหรับมอบให้คนรักที่รอคอยกันมาอย่างยาวนาน ด้วยท่อนฮุคสุดกินใจ “เธอเป็นมากกว่ารัก เพราะเธอนั้นคือครึ่งชีวิต ฉันใช้เวลาทั้งชีวิต เพื่อตามหา และรอคอยเธอมาแสนนาน” เป็นท่อนที่พิเศษมากๆ เพราะเราเจอคนที่รอคอยมาอย่างยาวนานสักที 

3.สองคน หนึ่งใจ

เพลงที่ผสมผสานระหว่างเพลงแนว R&B และป๊อปร็อกได้อย่างลงตัว จนกลายเป็นเพลงฮิตติดหูที่ได้รับความนิยมมาอย่างยาวนาน ความหมายของเพลงสัมผัสได้ถึงความรักที่ไม่ว่าจะมีอุปสรรคมากมายแค่ไหนก็ไม่สามารถทำให้เราต้องแยกจากกันได้ เหมือนท่อนที่ว่า “เหมือนดังเมฆฝน คู่กับฟ้า เหมือนว่าขาคู่กับแขนเหมือนว่าแสงคู่กับสี เหมือนโลกนี้ คู่กับน้ำ เหมือนที่ฉันคู่กับเธอ ไม่มีวันห่างหาย” 

4.คู่ชีวิต 

เพลงรักสุดโรแมนติกที่นักร้องได้แต่งเพลงและร้องให้แฟนของตัวเอง ถือเป็นอะไรที่พิเศษมากๆ หากมีใครทำอะไรแบบนี้ให้คงจะฟินไม่น้อย เป็นเพลงที่มีความหมายดีมาก เป็นเรื่องราวความรักของทั้งคู่ที่ก้าวผ่านทุกอย่างมาด้วยกัน ไม่ว่าจะทุกข์หรือสุข เป็นเพลงที่เหมาะแก่การมอบให้คนที่คิดว่าอยากให้เขามาเป็นคู่ชีวิต รับรองว่าเขาต้องประทับใจมากแน่ๆค่ะ 

เครดิตภาพ : youtube

#ดารานักร้อง #เพลงฮิต #เพลงคนคลั่งรัก

Categories
ข่าวบันเทิงดารา

แนะนำเพลงยุค 90 เพลงในตำนานสุดฮิต

ไม่ว่าคุณจะเกิดก่อนหรือเกิดหลังก็สามารถฟังเพลงยุค 90 ได้ เพราะแต่ละเพลงบอกเลยว่าคุณจะได้สัมผัสกลิ่นกลิ่นอายของตัวโน้ตเมโลดี้ที่ไม่เน้นออโต้จูนเหมือนเพลงในยุคปัจจุบัน เหมือนได้พาตัวเองกลับเข้าไปสู่ความเป็นยุค 90 ให้ได้ลำลึกความหลังกันอีกครั้ง และแน่นอนว่าปัจจุบันนี้เพลงส่วนใหญ่จะเน้นการปรับออโต้จูนเพิ่มมากขึ้น ซึ่งแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด วันนี้เราจึงมีเพลงสุดฮิตยุค 90 มาแนะนำกันค่ะ ไปดูกันเลยว่ามีเพลงไหนบ้าง 

1.ยาม 

วงเพลงร็อคในตำนานที่ยังคงเป็นวงสุดฮิตจนมาถึงปัจจุบันกับวงลาบานูน ที่ไม่ว่าจะออกมากี่ผลงานเพลงก็ได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม ด้วยเนื้อหาของเพลงที่กินใจ เข้าใจง่าย ทำให้หลายคนชื่นชอบ และสามารถร้องตามได้ง่ายๆเลย เพราะเนื้อหาของเพลงไม่ซับซ้อน ไม่น่าเบื่อ ดนตรีสนุก ฟังได้เพลินๆทั้งวัน ซึ่งเพลงนี้ก็เป็นอีกเพลงที่ความหมายของเพลงเข้าใจง่าย ติดหู แถมดนตรีก็สนุก เป็นอีกเพลงที่อยากแนะนำเลย 

2.จักรยานสีแดง 

เรียกว่าเป็นนักร้องที่สร้างผลงานเพลงให้กลายเป็นเพลงยอดฮิตได้ทุกเพลงจริงๆ ซึ่งเพลงนี้ก็เป็นอีกเพลงที่สร้างปรากฏการณ์เพลงสุดฮิตทั่วบ้านทั่วเมืองเลยทีเดียว ด้วยจังหวะสุดเร้าใจทำให้หลายคนชื่นชอบ ถือเป็นเพลงที่มีความเก๋ เนื้อหาค่อนข้างดี และด้วยเสียงที่เป็นเอกลักษณ์ทำให้กลายเป็นเพลงที่หลายคนชื่นชอบจนมาถึงยุคปัจจุบัน ใครชอบเพลงที่สนุกเร้าใจและยังคงความเป็นยุค 90 ไว้ได้ ต้องเพลงนี้เลย

3.ฤดูที่แตกต่าง

ด้วยเสียงที่นุ่มนวล ไพเราะ และน่าฟัง ทำให้เพลงนี้กลายเป็นเพลงที่อบอุ่น ฟังสบาย แถมยังเป็นเพลงที่ฟังแล้วทำให้มีกำลังใจในการใช้ชีวิตมากขึ้น อดทนให้มากขึ้น และใช้ชีวิตเพื่อรอดูความสำเร็จในวันข้างหน้า ยิ่งใครที่กำลังรู้สึกท้อแท้หรือสิ้นหวัง แนะนำเลยว่าถ้าได้ฟังเพลงนี้จะทำให้รู้สึกดีขึ้นแน่นอน ช่วยทำให้จิตใจดีขึ้นได้มากจริงๆ

4.ทะเลใจ 

เพลงเพื่อชีวิตจากคาราบาวไม่เคยทำให้ทุกคนผิดหวัง ด้วยเนื้อหาของเพลงที่ฟังแล้วช่วยให้ผ่อนคลาย อารมณ์ดีมากขึ้น แถมยังช่วยสร้างกำลังใจได้เป็นอย่างดี ถึงแม้ว่าดนตรีจะมีความเศร้าหรือฟังแล้วรู้สึกเหงา แต่ถือเป็นเพลงที่

ฟังแล้วช่วยให้รู้สึกดีขึ้นแน่นอน ทำให้มีกำลังใจอยากลุกขึ้นสู้ต่อไปได้ หากกำลังรู้สึกท้อแท้หรือสิ้นหวัง แนะนำว่าให้ฟังเพลงนี้เลย 

เครดิตภาพ : youtube.com

#เพลงฮิต #เพลง90 #ข่าวบันเทิง

Categories
ข่าวบันเทิงดารา

เพลงสากลแนวแอบชอบ แอบรัก ตกหลุมรักเขาเข้าแล้ว

เขาว่ากันว่าช่วงที่เราได้แอบรักใครสักคนถือว่าเป็นช่วงเวลาที่มีความสุขเพราะเราจะมองแต่ด้านดีของเขาและมีความสุขในทุกๆการกระทำซึ่งการแอบรักถือว่าเป็นความรู้สึกที่น่าตื่นเต้นเพราะเราไม่สามารถเดาได้ว่าฝ่ายตรงข้ามคิดยังไงกับเรา วันนี้แอดมีเพลงสากลแนวแอบชอบแอบรักมาแนะนำเป็นเพลงที่พูดแทนความรู้สึกของเรา ใครที่กำลังแอบชอบแอบรักใครอยู่แต่ไม่กล้าบอกไปตรงๆอาจจะส่งเพลงเหล่านี้ไปให้เขาเพื่อเป็นการบอกรักทางอ้อม 

  1. Everlasting – Albert Posis

เป็นเพลงแนวแอบรักเพื่อนซึ่งความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นระหว่างเพื่อนนั้นมีทั้งจบลงด้วยดีและไม่ดีทำให้หลายคนเลือกที่จะปิดบังความรู้สึกดีๆแบบนี้ไว้แต่บางคนก็เลือกที่จะเสี่ยงเพื่อลองใจ เพลงนี้จะเป็นเพลงที่เลือกจะบอกความรู้สึกข้างในออกไปเพื่อให้คนที่เราชอบรู้ ตัวเพลงถ่ายทอดอารมณ์ออกมาได้อย่างเป็นธรรมชาติถือว่าถูกใจคนแอบรักเพื่อนสุดๆ

You’re On My Mind – Tom Misch

เพลงที่เล่าถึงความรู้สึกของการแอบชอบคนคนหนึ่งไม่ว่าเราจะทำอะไรหรือไปที่ไหนก็ไม่สามารถหยุดคิดถึงเขาได้และภาพของเขายังคงวนเวียนอยู่ ใครที่กำลังรู้สึกว่าตัวเองกำลังคลั่งรักคนๆหนึ่งอยู่นั้นอาการก็จะเป็นเหมือนเพลงนี้เลย 

  1. Sunflower – Sierra Burgess

เพลงประกอบภาพยนตร์ Netflix เรื่อง Sierra Burgess Is a Loser ใครที่ได้ดูภาพยนตร์เรื่องนี้แล้วจะต้องชอบเพลงประกอบภาพยนตร์อย่างแน่นอน ตัวเพลงจะเป็นเรื่องราวของการแอบรักที่มีโอกาสเป็นไปได้น้อยเพราะทั้งสองมีความแตกต่างกันเพลงนี้จึงเป็นการเปรียบเทียบตัวละครนางเอกเหมือนกับดอกทานตะวันที่ถึงแม้เธอจะไม่ได้เป็นดอกกุหลาบที่สวยงามตามที่ใครหลายๆคนต้องการและเธอก็สามารถเปลี่ยนตัวเองเพื่อกลายมาเป็นดอกกุหลาบได้

  1. Crush – Tessa Violet

เพลงของสาวน้อยที่ไปแอบรักชายหนุ่มซึ่งเธอเป็นคนที่ร่าเริงสดใสและทำอะไรอย่างตรงไปตรงมา การจีบหนุ่มที่เธอชอบนั้นเธอจะทำตามสไตล์ของเธอคือการค่อยๆหยอดและแซวเพื่อเป็นการอ่อยเบาๆเป็นเพลงที่ดูน่ารักและสดใสของทั้งคู่ เป็นอีกหนึ่งเพลงสำหรับคนแอบรัก

  1. Shy – Jai Waetford

เพลงเหมาะสำหรับหนุ่มที่แอบรักหญิงสาว ในทุกๆครั้งที่เธอเข้ามาใกล้ก็ทำให้หัวใจของชายหนุ่มสั่นไหวเขินและทำเอาเก็บอาการไม่อยู่กันเลยทีเดียว ถือว่าเป็นเพลงที่น่ารักและทำออกมาให้ฟังกันแบบสบายๆ

#เพลงสากล #เพลงเพราะๆ#ข่าวดนตรี

Categories
ข่าวบันเทิงดารา

แนะนำเพลงฟังสบายๆชิลๆ ฟังเพลินได้ไม่มีเบื่อ

ต้องบอกเลยว่าปัจจุบันนี้มีเพลงยอดฮิตมากมายที่ฟังแล้วติดหูสุดๆ แถมแต่ละเพลงก็มียอดวิวสูงมากทีเดียว และแน่นอนว่ามีเพลงใหม่ๆปล่อยออกมาให้ฟังกันอย่างต่อเนื่อง ฟังได้เพลินๆทั้งวัน วันนี้เราจึงคัดสรรเพลงฟังสบายๆชิลๆมาแนะนำให้ทุกคนฟังกันในวันนี้ ไปดูกันเลยว่าจะมีเพลงแนวไหนบ้าง

1.ดึงดัน 

อีกหนึ่งเพลงที่เรียกว่าเป็นการกลับมาของตั๊ก ศิริพร เสียงที่หลายคนคุ้นเคย และแน่นอนว่าการกลับมาอีกครั้งเธอไม่เคยทำให้ทุกคนผิดหวัง น้ำเสียงของเธอยังไพเราะเช่นเคย และอีกหนึ่งศิลปินเจ้าของเพลง นั่นก็คือ cocktail เป็นเพลงที่สามารถผสมผสานแนวเพลงของทั้งคู่ออกมาได้อย่างลงตัว เรียกว่าได้เห็นสไตล์ของศิลปินอย่างเต็มที่ ไพเราะและติดหูสุดๆ 

2.ถ้าเธอรักฉันจริง

เพลงรักสามเศร้าที่หลายคนคุ้นเคยกับวงนี้เป็นอย่างดี Three Man Down จะทำแนวเพลงเกี่ยวกับเพลงเศร้า เรียกว่าเศร้าจนร้องไห้ได้เลยทีเดียว ซึ่งเพลงนี้จะเกี่ยวกับการลืมแฟนเก่าไม่ได้ ไม่ว่าจะมีคนใหม่กี่คนเข้ามาก็ไม่สามารถลืมแฟนเก่าได้ และไม่มีใครแทนที่ได้เลยจริงๆ ถือเป็นอีกเพลงเศร้าที่ไพเราะและติดหูมากๆ เนื้อหาลึกซึ้งทำเอาคนฟังร้องไห้ได้เลย

3.แฟนใหม่หน้าคุ้น 

ยังคงเป็นเพลงฮิตที่โดนใจใครหลายๆคน ด้วยเนื้อหาของเพลงที่เกี่ยวกับคำพูดของแฟนเก่าที่บอกว่าไม่มีอะไรเป็นแค่เพื่อนหรือพี่น้องกันเท่านั้นเอง แต่เมื่อเลิกกันไปกลับไปคบกับคนที่บอกว่าไม่ได้เป็นอะไรกัน และด้วยท่อนแร็ปสุดกินใจที่โดนใจสุดๆ ทำให้เพลงนี้กลายเป็นเพลงสุดฮอตฮิตข้ามปีกันเลยทีเดียว เป็นเพลงของ MAIYARAP ft. MILLI แรปเปอร์สุดฮอตนั่นเอง 

4.Undo

เป็นอีกหนึ่งเพลงที่นำศิลปินที่มีความแตกต่างด้านการร้องเพลงมาผสมผสานจนสามารถร้องคู่กันได้อย่างลงตัว POP PONGKOOL ศิลปินเพลงป๊อบ และ WONDERFRAME ศิลปินเพลงแร็ป เรียกว่าเป็นเพลงที่ทำออกมาได้อย่างลงตัว เนื้อหาของเพลงเกี่ยวกับการทำผิดแต่พึ่งรู้ตัวในตอนที่มันสายไปแล้ว เสียคนรักไปแล้ว อยากขอโอกาสกลับไปแก้ไข แต่ชีวิตไม่ได้มีปุ่ม Undo ให้กลับไปแก้ไขอะไรได้เลย เป็นอีกเพลงยอดฮิตที่ฟังเพลินๆได้ทั้งวัน

เครดิตภาพ :youtube.com

#ข่าวบันเทิง #เพลงน่าฟัง #ข่าวเพลง

Categories
ข่าวบันเทิงดารา

‘Dragon Ball Super: Super Hero’ เปิดตัวสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้

ด้วยสถิติสูงถึง 21 ล้านเหรียญสำหรับภาพยนตร์อนิเมะ

ดูเหมือนว่าภาพยนตร์ภาคฤดูร้อนจะสิ้ยังไม่น่าเบื่อซักเท่าไหร่เมื่อภาพยนตร์อนิเมะสุดฮิตอย่าง “ดราก้อนบอล” ได้เปิดตัวแล้วในชื่อ Dragon Ball Super: Super Hero” และดูเหมือนว่าทันทีที่เปิดตัวก็สามารถครองชาร์ตบ็อกซ์ออฟฟิศภายในประเทศในช่วงสุดสัปดาห์ได้อย่างน่าพอใจมากทีเดียว โดยหลังจากที่ “ดราก้อนบอลซูเปอร์: ซูเปอร์ฮีโร่” ได้ทำคะแนนได้ 10.7 ล้านดอลลาร์ในวันเปิดตัว ซึ่งในการเปิดตัวของภาพยนตร์อนิเมะเรื่องนี้ทาง Crunchyroll ได้มีการคาดการณ์ไว้ว่าคงจะเปิดตัวได้ 21 ล้านดอลลาร์จากโรงภาพยนตร์กว่า 3,007 แห่ง ซึ่งก็ถือเป็นการเปิดตัวที่ดีที่สุดสำหรับผู้จัดจำหน่าย นอกจากนี้ยังเป็นการเปิดตัวที่กว้างที่สุดเท่าที่เคยมีมาสำหรับภาพยนตร์อนิเมะ ซึ่งรวมถึงพื้นที่ขนาดใหญ่ในหอประชุมรูปแบบพรีเมียม เช่น Imax, 4DX และ Dolby Cinemas ด้วยเช่นกัน

การเปิดตัวครั้งนี้ของ “ดราก้อนบอลซูเปอร์: ซูเปอร์ฮีโร่” นับเป็นการเพิ่มขึ้นที่โดดเด่นจากการเปิดตัวในประเทศที่ 9.8 ล้านดอลลาร์ซึ่งทำได้โดย “Dragon Ball Super: Broly” ในปี 2019 ซึ่งเป็นรายการก่อนหน้าในเรื่อง นอกจากนี้ยังเป็นตัวเลขที่เทียบได้กับการเปิดตัว 18 ล้านเหรียญที่สนุกโดย “Jujutsu Kaisen 0: The Movie” ของทาง Funimation ในเดือนมีนาคมปีนี้ที่การเปรียบเทียบทั้งสองแสดงให้เห็นว่าอนิเมะในเวอร์ชั่นภาพยนตร์ก็กำลังได้รับความสนใจจากผู้ชมในประเทศเป็นจำนวนมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา 

แฟนๆของอนิเมะดราก้อนบอลเองก็เผยว่าDragon Ball Super: Super Hero” ไม่ทำให้ผิดหวังแม้ว่าภาพยนตร์เรื่องนี้จะไม่ได้แหวกแนวไปกว่าเวอร์ชั่นการ์ตูนเลยก็ตาม

สำหรับภาพยนตร์อนิเมะ “Dragon Ball Super: Super Hero” เป็นเรื่องราวของ Piccolo และ Gohan ในขณะที่พวกเขาเผชิญการโจมตีโดยคู่ของ Androids สูงสุดที่เรียกตัวเองว่า “Super Heroes” และต่อสู้กับแผนการของ Red Ribbon Army ที่ชั่วร้ายและในภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นภาพยนตร์อีกเรื่องในจักรวาล “Dragon Ball” แต่เป็นเพียงเรื่องที่สองเท่านั้นที่ครองตำแหน่ง “Super” พร้อมทำรายได้ไปแล้วประมาณ 2.4 พันล้านเยน (หรือ 18 ล้านดอลลาร์) นับตั้งแต่เปิดตัวในญี่ปุ่นเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา

การเข้าสู่จักรวาล “ดราก้อนบอล” ในเวอร์ชั่นนี้จึงเป็นครั้งแรกของผู้ชมที่จะได้เจอการกลับมาของ Goku, Piccolo และ Vegeta และแม้ว่าพวกเขาจะเป็นตัวละครที่น่าสนใจอื่นๆ และแม้ว่า  “ดราก้อนบอลซูเปอร์: ซูเปอร์ฮีโร่” ที่เข้าฉายในโรงภาพยนตร์มากกว่า 2,500 โรงในสหรัฐฯ ในวันที่ 19 ส.ค. จะทำให้เป็นหนึ่งในแฟรนไชส์ที่มีความทะเยอทะยานมากขึ้นในตลาดอเมริกา ภาพยนตร์ “ดราก้อนบอลซูเปอร์: ซูเปอร์ฮีโร่” เรื่องนี้ไม่ได้ตีตลาดสำหรับแฟนๆ เท่านั้นเพราะการเข้าสู่โลกของ Dragon Ball Super: Super Hero” ของ Goku, Piccolo และ Vegeta กลับมาแล้ว และเรื่องราวต่างๆ ภายในเรื่องจะเป็นไปตามมังงะเรื่อง “Dragon Ball Super” ซีรีย์อนิเมชั่น 131 ตอน และ “Dragon Ball Super: Broly” ในปี 2018

เครดิตรูปภาพ variety.com

#การ์ตูนน่าดู #การ์ตูนฮิต #อนิเมะ

Categories
ข่าวบันเทิงดารา

Left And Right” ของ Jungkook-BTS กับ Charlie Puth

 กลับเข้าสู่ท็อป 40 ของชาร์ต Billboard Hot 100 อีกครั้งในสัปดาห์นี้


สองเดือนหลังจากการปล่อยตัว Jungkook-BTS กับ Charlie Puth ปีนขึ้นไปบน Billboard’s Hot 100 โดยBillboard เปิดเผยว่าซิงเกิล “Left and Right” ของจองกุกและ Charlie Puth ได้กลับเข้าสู่ 40 อันดับแรกของ Hot 100 อีกครั้ง (การจัดอันดับเพลงยอดนิยมประจำสัปดาห์ในสหรัฐอเมริกา) ในสัปดาห์ที่แปดติดต่อกันในชาร์ต “Left and Right” เพิ่มขึ้นมาเป็นอันดับที่ 40 และเพลงนี้ยังปีนขึ้นไปบนชาร์ต Billboard อื่นๆ อีกหลายชาร์ตในสัปดาห์นี้ อาทิ “Left and Right” สามารถขึ้นสู่อันดับที่ 20 ในGlobal Excl ชาร์ต USและอันดับที่ 26 ทั้งใน ชาร์ต Digital Song Sales และ Global 200 นอกจากนี้เพลงดังกล่าวยังครองอันดับที่ 16 ใน ชาร์ต Pop Airplay ซึ่งวัดการเล่นรายสัปดาห์ในสถานีวิทยุยอดนิยม 40 อันดับแรกทั่วสหรัฐอเมริกา

นอกจากนี้เพลงนี้ยังคงแข็งแกร่งบนชาร์ต Billboard ในสัปดาห์นี้ โดยพุ่งขึ้นสู่จุดสูงสุดใหม่ที่อันดับ 16 บนชาร์ต Pop Airplay ซิงเกิ้ลยังไต่ขึ้นสู่อันดับที่ 48 ในสัปดาห์ที่เจ็ดของรายการ Hot 100 นอกเหนือจากอันดับที่ 21 ใน Global Excl ชาร์ต US อันดับ 25 บน Global 200 และอันดับ 34 บนชาร์ต Digital Song Sales 

Bad Decisions” ของ Jin, Jimin, V และ Jungkook-BTS ที่ร่วมงานกับ Benny Blanco และ Snoop Dogg ยังคงแข็งแกร่งในสัปดาห์ที่ 2

ในขณะเดียวกัน “Bad Decisions” ของ Jin, Jimin, V และ Jungkook-BTS ที่ร่วมงานกับ Benny Blanco และ Snoop Dogg ยังคงแข็งแกร่งที่อันดับ 57 ในสัปดาห์ที่สองของ Hot 100 (เพลงก่อนหน้านี้เปิดตัวที่อันดับ 10 ที่แล้ว สัปดาห์) ซึ่งเพลง“Bad Decisions” ยังคงครองอันดับ 2 ในชาร์ต Digital Song Sales ของ Billboard (หมายความว่าเป็นเพลงที่ขายดีที่สุดอันดับสองของสัปดาห์ในสหรัฐอเมริกา) อันดับ 28 ใน Global Excl. ชาร์ต US ลำดับที่ 29 ในชาร์ต Pop Airplay และอันดับที่ 30 ใน Global 200 ในสัปดาห์นี้

นอกเหนือจาก Hot 100 เพลง “Bad Decisions” ยังเปิดตัวที่อันดับ 1 ในชาร์ตDigital Song Sales ของ Billboard ในฐานะเพลงที่มียอดขายสูงสุดประจำสัปดาห์ในสหรัฐอเมริกาและนอกจากนี้ ซิงเกิลยังเข้าสู่Global 200ในอันดับที่ 6 Global Excl. ชาร์ต USที่อันดับ 7 ชาร์ตStreaming Songsที่อันดับ 28 และชาร์ตPop Airplay (วิทยุกระแสหลัก) ที่อันดับ 35 รวมทั้งอัลบั้มกวีนิพนธ์ “Proof” ของ BTS ยังครองอันดับที่ 10 ติดต่อกันในครึ่งบนของ Billboard 200 ซึ่งขึ้นอันดับที่ 83 ในสัปดาห์นี้ “Proof” ยังคงครองตำแหน่งที่ 2 ในชาร์ตWorld Albums ของ Billboard นอกเหนือจากการครองอันดับที่ 45 ใน ชาร์ต ยอดขายอัลบั้มยอดนิยมในปัจจุบันและอันดับที่ 74 ในชาร์ตยอดขายอัลบั้มยอดนิยม

สำหรับเพลง “Left and Right ยังสามารถกวาดยอดวิวถึง 100 ล้านวิวบน YouTube ในเวลาไม่ถึงสามสัปดาห์หลังจากเพลงเปิดตัวครั้งแรก นอกจากจะเป็นมิวสิกวิดีโอเพลงที่ 10 ของ Charlie Puth ที่มียอดวิวเกิน 100 ล้านแล้ว นี่ยังเป็นครั้งแรกที่ Jungkook-BTS ประสบความสำเร็จในฐานะศิลปินเดี่ยวอีกด้วย

เครดิตรูปภาพ soompi.com

#ไอดอลเกาหลี #BTS #ข่าวบันเทิง

Categories
ข่าวบันเทิงดารา

Angelina Jolie เปิดใจในคดีที่เกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาจากการทำร้ายร่างกายของ Brad Pitt กับ FBI

ตามรายงานจากสำนักข่าว Puck เมื่อหลายปีก่อนที่ Angelina Jolie ได้เคยบอกกับเจ้าหน้าที่ FBI ว่าเธอเคยถูกแบรด พิตต์ “ทำร้ายร่างกายและด้วยวาจา” เธอและลูกๆ ของพวกเขาเมื่อพวกเขาอยู่บนเครื่องบิน ตามบันทึกของตัวแทนในขณะนั้น ถูกกล่าวหาว่าพาแองเจลิน่า โจลี่ไปที่ด้านหลังของเครื่องบิน คว้าไหล่ของเธอและตะโกนประมาณว่า “คุณทำให้ครอบครัวนี้พัง” และแองเจลิน่า โจลี่ได้กล่าวหาว่าในเที่ยวบินเดียวกัน มีการทะเลาะวิวาทกันทางกายภาพอีกครั้ง ซึ่งทำให้เธอได้รับบาดเจ็บทั้งทางจิตใจรวมทั้งที่ข้อศอกด้วยและเธอยังบอกด้วยว่าพิตต์กำลังดื่มอยู่ในขณะนั้นและเทเบียร์ให้เธอ แต่ทั้งนี้ทีมกฏหมายของของแบรด พิตต์ ก็ได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมดแล้ว

หลังจากนั้นตัวแทนพิเศษของทั้งคู่ก็ได้เข้าพบกับผู้ช่วยทนายความของสหรัฐฯ และสรุปว่าพวกเขาจะไม่ดำเนินคดีอาญา ทำให้โจลี่ยื่นฟ้อง FBI โดยไม่เปิดเผยตัวตนเพื่อขอเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการสอบสวนของรัฐบาลกลางกับแรด พิตต์ Angelina Jolie นั้นได้รับอนุญาตให้ยื่นฟ้อง FBI โดยไม่เปิดเผยตัวตนว่าเป็น “การตัดสินใจที่น่าสนใจ” ที่ดึงดูดความสนใจในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ตามรายงานของPolitico


ไม่นานหลังจากเหตุการณ์นั้น คู่รักคนดัง Angelina Jolie และ Brad Pitt ก็หย่ากันและ Brad Pitt ก็เลิกดื่มในที่สาธารณะ 
ตามคำร้องเรียนของ Angelina Jolie ซึ่งได้รับการแก้ไขในเดือนสิงหาคม “นางสาว. Doe หาข้อมูลที่ถูกระงับมา [หลายปี] เพื่อให้แน่ใจว่าลูกๆ ของเธอได้รับ…การดูแลและ…คำปรึกษาเพื่อจัดการกับอันตรายที่ได้รับ…ข้อมูลที่ DOJ และ FBI เก็บไว้มีหลักฐานของอันตราย การปฏิเสธอย่างไม่ลดละของข้อมูลดังกล่าวต่อนางสาวโด…เหยื่อของการทำร้ายร่างกายตัวเอง ได้ขัดขวางและยังคงขัดขวาง ความพยายามของเธอในการได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่องและการรักษาพยาบาลที่จำเป็นต่อลูกๆ ของเธอ และได้ทำร้ายเด็กในกฎหมายครอบครัวมากขึ้น”


ในปี 2559 มีรายงานว่าพิตต์อยู่ภายใต้การสอบสวนเรื่องการล่วงละเมิดเด็กโดยทั้งเอฟบีไอและแผนกบริการเด็กและครอบครัวลอสแองเจลิสหลังจากเหตุการณ์เกิดขึ้นบนเครื่องบินส่วนตัวของครอบครัว แบรด พิตต์ถูกกล่าวหาว่ามีร่างกายกับ Maddox ลูกชายของเขา หลังจากที่เด็กอายุ 15 ปีในขณะนั้นเข้าแทรกแซงในการต่อสู้ระหว่าง Pitt และ Angelina Jolie โดยทีมของแบรด พิตต์ปฏิเสธว่าเขาทำร้ายลูกชายของเขา โดยออกแถลงการณ์ต่อสำนักข่าว “เขาเน้นย้ำว่ายังไม่ถึงระดับของการทารุณกรรมทางร่างกาย ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บทางร่างกาย เขาไม่ได้ตีหน้าลูกของเขาแต่อย่างใด เขาไม่ได้ทำอย่างนั้น เขาเน้นเรื่องนั้น เขาวางมือบนเขา ใช่ เพราะการเผชิญหน้ากำลังวนเวียนจนควบคุมไม่ได้”




เครดิตภาพ : variety.com

#ข่าวต่างประเทศ #บันเทิงอัพเดต #ข่าวบันเทิง
Categories
ข่าวบันเทิงดารา

หนังระทึกขวัญแนววิทยาศาสตร์ของ Jordan Peele เรื่อง “Nope”

 สร้างรายได้ประมาณ 6.4 ล้านดอลลาร์จากการเข้าฉายในบ็อกซ์ออฟฟิศทั่วโลก

Nope” ของ Universal กำกับโดย Jordan Peele และนำแสดงโดย Daniel Kaluuya เปิดตัวบนบ็อกซ์ออฟฟิศในสหราชอาณาจักรและไอร์แลนด์ด้วยเงิน 1.8 ล้านปอนด์ (2.2 ล้านเหรียญสหรัฐ) ตามตัวเลขที่ออกโดย Comscore ที่นับเป็นรายได้อันดับสองรองจาก “Bullet Train” ที่นำแสดงโดย Brad Pitt ของค่าย Sony ที่ได้เร่งความเร็วนำรายได้ไปก่อนที่ 909,264 ปอนด์แล้วและขณะนี้มียอด 5.06 ล้านปอนด์หลังจากผ่านไปสองสัปดาห์ อันดับที่สามในสุดสัปดาห์ที่สามคือ DC League Of Super-Pets ของ Warner Bros. ที่ตอนนี้กวาดรายได้รวมทั่วประเทสไปกว่า 831,799 ปอนด์แล้ว

อันดับที่ 4 ในบ็อกซ์ออฟฟิศตอนนี้คือ “Minions: The Rise Of Gru” ของ Universal ที่ได้เงินไป 755,042 ปอนด์และตอนนี้มียอดรวม 38.5 ล้านปอนด์ การปัดเศษของห้าอันดับแรกคือ “Thor: Love And Thunder” ของดิสนีย์ซึ่งทำเงินได้ 535,839 ปอนด์ในสุดสัปดาห์ที่หกรวมเป็นเงิน 34.5 ล้านปอนด์และอีกหนึ่งสัปดาห์เปิดตัว “Forrest Gump” ของ Paramount ที่รีเมคเรื่อง “Laal Singh Chaddha” ที่นำแสดงโดย Aamir Khan ออกฉายในวงกว้างใน 350 จอและโค้งคำนับในอันดับที่เจ็ดด้วยเงิน 411,189 ปอนด์

Nope” ของ Jordan Peele ที่เปิดตัวด้วยรายได้ 6 ล้านเหรียญทั่วโลกและน่าจะไปต่อได้เรื่อยๆ

ภาพยนตร์เรื่องนี้มีการเริ่มต้นครั้งใหญ่ที่สุดในสหราชอาณาจักรและไอร์แลนด์ด้วยเงิน 2.1 ล้านดอลลาร์ ซึ่งอยู่อันดับต่ำกว่า 2.6 ล้านดอลลาร์ที่การเปิดตัวครั้งแรกของ Peele เรื่อง “Get Out” ที่รวบรวมไว้ในพื้นที่เดียวกัน ในออสเตรเลีย “Nope” ทำเงินได้ 1.2 ล้านดอลลาร์ ซึ่งต่ำกว่า “Get Out’s” เปิดตัวที่ 1.4 ล้านดอลลาร์ในประเทศ ในขณะเดียวกัน ฝรั่งเศสขายได้เพียง 1.2 ล้านดอลลาร์สำหรับเพลง “Nope” ซึ่งลดลงอย่างมากจาก “Get Out” ซึ่งเปิดเป็น 2.7 ล้านดอลลาร์ในประเทศ

ภาพยนตร์ในอดีตของ Jordan Peele ที่ทำให้แฟนๆ การันตีความสนุกของ “Nope” ได้ก็คือ “Get Out” และ “Us” ทำเงินได้เกือบทั้งหมดในบ็อกซ์ออฟฟิศในประเทศและดูเหมือนจะไม่มีอะไรมาหยุดได้แล้วกับภาพยนตร์เรื่องนี้จากการทำเงินได้ 107 ล้านดอลลาร์ในอเมริกาเหนือ นับเป็นภาพยนตร์สารคดีเรื่องที่สามของผู้กำกับ (จากทั้งหมดสามเรื่อง) ที่ทำรายได้ทะลุ 100 ล้านดอลลาร์ 

อย่างไรก็ตาม Nope” ยังไม่ถึงจุดเปิดตัวของ Peele เรื่อง “Get Out” (176.1 ล้านเหรียญสหรัฐ) และความพยายามปีที่สองของเขาเรื่อง “Us” (175 ล้านเหรียญสหรัฐ) ในแง่ของการขายตั๋วในประเทศ ภาพยนตร์สองเรื่องแรกของเขาแต่ละเรื่องรวบรวมเงินได้ประมาณ 80 ล้านดอลลาร์จากทั่วโลก รวมเป็น 255 ล้านดอลลาร์ทั่วโลก เนื่องจากภาพยนตร์เรื่องนี้ใช้เงินในการผลิต 68 ล้านดอลลาร์ ซึ่งมากกว่าภาพยนตร์เรื่องก่อนๆ ของ Jordan Peele อย่างมาก 

เครดิตรูปภาพ variety.com

#peele #ต่างประเทศ #ข่าวบันเทิง

Categories
ข่าวบันเทิงดารา

โรงภาพยนตร์ในสหรัฐฯ จะขายตั๋วในราคาเพียง 3 ดอลลาร์

ในงาน National Cinema Day ซึ่งกำหนดไว้สำหรับวันที่ 3 ก.ย


ในขณะที่ความตื่นเต้นของฤดูกาลชมภาพยนตร์ช่วงฤดูร้อนสิ้นสุดลง โรงภาพยนตร์ในสหรัฐฯ กำลังมองหาการกระตุ้นความสนใจในการถ่ายทำภาพยนตร์ด้วย National Cinema Day ซึ่งเป็นงานวันเดียวที่จะได้เห็นสถานที่ที่เข้าร่วมรายการขายตั๋วหนังในราคาต่ำเพียงสามดอลลาร์ โดย Cinema Foundation ซึ่งเป็นสาขาไม่แสวงหาผลกำไรของ National Association of Theatre Owners ประกาศงานดังกล่าวเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ตามรายงานของAssociated Press National Cinema Day จะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 3 กันยายนนี้ ที่โรงภาพยนตร์มากกว่า 3,000 แห่งทั่วสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีหน้าจอที่เข้าร่วมประมาณ 30,000 โรง สำหรับการอ้างอิง มีโรงจอประมาณ 40,700 โรงในประเทศ

“หลังจากการกลับมาสู่โรงภาพยนตร์อีกครั้งในฤดูร้อนนี้ เราต้องการทำบางสิ่งเพื่อเฉลิมฉลองการชมภาพยนตร์” แจ็กกี้ เบรนเนมัน ประธานมูลนิธิภาพยนตร์กล่าวในแถลงการณ์ “เรากำลังทำมันโดยเสนอ ‘ขอบคุณ’ ให้กับผู้ชมภาพยนตร์ที่ทำให้ช่วงซัมเมอร์นี้เกิดขึ้น และเสนอสิ่งล่อใจพิเศษสำหรับผู้ที่ยังไม่ได้กลับมาชมภาพยนตร์เลยในช่วงโควิด”

National Cinema Day การกระตุ้นรายได้เข้าสู่โรงภาพยนตร์และเชิญชวนให้คนออกมาดูหนังนอกบ้านมากขึ้น

วันภาพยนตร์แห่งชาติมาถึงในขณะที่โมเมนตัมของบ็อกซ์ออฟฟิศช่วงฤดูร้อนได้หายไปหมด สุดสัปดาห์นี้ซีรีย์ที่ทำรายได้รวม 52.7 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นสุดสัปดาห์ที่ทำรายได้ต่ำที่สุดนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ โดยภาพยนตร์เรื่องใหม่ “The Invitation”, “Three Thousand Years of Longing” และ “Breaking” ล้วนแต่ทำรายได้เปิดตัวค่อนข้างน้อยซึ่งทางโรงภาพยนตร์ต่างหวังว่าวัน National Cinema Day จะทำให้การชมภาพยนตร์กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งในช่วงที่รกร้างว่างเปล่า ขณะเดียวกันก็สร้างกระแสฮือฮาให้กับภาพยนตร์ที่ออกฉายในฤดูใบไม้ร่วงด้วย ผู้จัดงานยังได้รายงานว่าโครงการดังกล่าวเป็นการทดลองสำหรับสิ่งที่จะกลายเป็นงานประจำปี National Cinema Day ถือเป็นการลดราคาภาพยนตร์ครั้งแรกในระดับนี้ในยุคสมัยใหม่ โดยผสมผสานเครือข่ายโรงภาพยนตร์ที่แข่งขันกันและสถานที่อิสระ


งานนี้ยังสอดคล้องกับการเปิดตัว “Spider-Man: No Way Home, The More Fun Stuff Version” ในช่วงสุดสัปดาห์วันแรงงาน ซึ่งเป็นรุ่นต่อยอดของ Marvel mega-hit ของเทศกาลวันหยุดที่ผ่านมาซึ่งทำเงินได้ 804 ล้านดอลลาร์จากบ็อกซ์ออฟฟิศในประเทศซึ่งนอกจากโรงภาพยนตร์ในสหรัฐฯแล้วโรงภาพยนตร์ในสหราชอาณาจักรเองก็ได้จัดงาน วันภาพยนตร์แห่งชาติเช่นกันซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 3 กันยายนเช่นกันโดย โรงภาพยนต์ 550 แห่งทั่วสหราชอาณาจักรจะเฉลิมฉลองภาพยนตร์และภาพยนตร์ภายใต้ชื่อ National Cinema Day โดยงานนี้จะมีส่วนร่วมของเครือโรงภาพยนตร์รายใหญ่ของสหราชอาณาจักรทั้งหมดรวมถึงผู้ประกอบการโรงหนังขนาดเล็กและสถานที่ต่างๆ จะเห็นโรงภาพยนตร์ที่เข้าร่วมทั้งหมดเสนอตั๋วสำหรับการฉายทั้งหมดตั้งแต่ 3 ปอนด์ ($ 3.50) จุดมุ่งหมายคือการส่งเสริมให้ผู้ชมภาพยนตร์จำนวนมากและกว้างที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้เพลิดเพลินไปกับประสบการณ์หน้าจอขนาดใหญ่และการเฉลิมฉลองมาถึงในขณะที่ภาคภาพยนตร์ในสหราชอาณาจักรฟื้นตัวขึ้นหลังเกิดโรคระบาด โดยทั้งบ็อกซ์ออฟฟิศและการรับเข้าเรียนตอนนี้ติดตามที่ 80% ของระดับการทำลายสถิติในปี 2018 และ 2019 ซึ่งเป็นปีที่ใหญ่ที่สุดสำหรับภาพยนตร์ที่เข้าฉายตั้งแต่ปี 1970

เครดิตรูปภาพ variety.com

#ดอลล่า#ข่าวบันเทิง #ภาพยนต์