Categories
ข่าวไอที

ทันสมัยสุดๆ!! เทคโนโลยีดูแลเส้นผมจาก “L’Oreal Water Saver”

การดูแลเส้นผมเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่มีความสำคัญอย่างมาก โดยเฉพาะคุณผู้หญิงและเชื่อว่าหลายคนคงจะต้องรู้จักลอริอัลซึ่งเป็นแบรนด์ที่ให้ความสำคัญในเรื่องของเส้นผมมาโดยตลอด และล่าสุดทางลอรีอัลได้มีการเปิดตัว L’Oreal Water Saver ซึ่งเป็นเทคโนโลยีในการดูแลเส้นผมที่มีความทันสมัยอย่างมากและเหมาะสำหรับที่จะใช้งานได้เป็นอย่างดี และวันนี้เราได้นำเอาข้อมูลเหล่านี้มาแนะนำกันลองไปดูรายละเอียดเลย

เทคโนโลยีดูแลเส้นผมจาก “L’Oreal Water Saver

วิวัฒนาการทางด้านเทคโนโลยี นำพาก้าวเข้าสู่ศตวรรษ 21 อย่างเต็มรูปแบบ ทางด้านบริษัทลอรีอัลไม่รอช้า เปิดตัวนวัตกรรมรุ่นใหม่ล่าสุดสำหรับการดูแลเส้นผม “L’Oreal Water Saver” พร้อมจดทะเบียนสิทธิบัตร

  1. ลอรีอัลมุ่งมั่นการผลิตนวัตกรรมรูปแบบใหม่ เพื่อก้าวทุนยุคสมัยตามหลักประหยัดทรัพยากร และต้นทุน  จึงร่วมมือกับบริษัท Gjosa ผู้เชี่ยวชาญด้านนวัตกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อมประเทศสวิตเซอร์แลนด์ อีกทั้งใช้วัสดุคุณภาพดี คำนึงถึงประสิทธิผลที่ได้เป็นสำคัญ
  2. L’Oreal Water Saver” เทคโนโลยีล้ำสมัย ถูกนำเสนอออกมาในรูปแบบ นวัตกรรมดูแลสิ่งแวดล้อมเน้น “การประหยัดน้ำสูงสุด 80%”

คุณสมบัติเฉพาะของ  “L’Oreal Water Saver

  1. รูปแบบเทคโนโลยีใช้น้ำเป็นพลังงานสูงสุดร่วมกับผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเส้นผมจากแบรนด์ลอรีอัล และผลิตภัณฑ์บำรุงเส้นผม ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ถูกปล่อยมาพร้อมกระแสน้ำ ตามฟังก์ชันการสั่งงาน
  2. รูปแบบการไหลของน้ำ
  3. ควบคุมรูปแบบการไหลของน้ำ จากกลไกการทำงานของเครื่องยนต์ เครื่องยนต์สำหรับการผลิตจรวด
  4. หยดน้ำขนาดเล็ก กระแสน้ำกระจายตัวไหลอย่างสม่ำเสมอ เพื่อประสิทธิภาพในการดูแลเส้นผม และการชำระล้างออกง่าย
  5. กระแสน้ำไหลเร็ว กระจายตัวอย่างสม่ำเสมอ แต่ช่วยประหยัดน้ำได้สูงสุด 80% จากการศึกษาได้ข้อมูลเปรียบเทียบระหว่างการใช้เทคโนโลยีจากแบรนด์ลอรีอัล และ การสระผมเองที่บ้าน โดยไม่คำนึงถึงแรงดันน้ำ   ได้ข้อสรุปว่า
  6. ปริมาณการใช้น้ำของ L’Oreal Water Saver 2 ลิตร/นาที เมื่อเทียบกับการสระผมทั่วไปใช้ปริมาณน้ำสูงสุด 8 ลิตร
  7. ด้วยเทคนิคการพ่นน้ำที่มีหยดน้ำขนาดเล็กกว่าปกติถึง 10 เท่า  ช่วยให้การชำระล้างออกง่าย แน่นอนว่าการทำความสะอาดเส้นผมรูปแบบใหม่นี้ ได้รับการยืนยันผ่านการจดทะเบียนสิทธิบัตรแล้ว

เป็นอย่างไรกันบ้างกับ L’Oreal Water Saver เทคโนโลยีในการดูแลเส้นผมที่เราแนะนำมาแนะนำกันในวันนี้ สำหรับใครที่กำลังมองหาอุปกรณ์ที่จะช่วยใช้ในการดูแลเส้นผมไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบของใช้เองหรือเปิดเป็นในรูปแบบของร้านค้าก็สามารถที่จะนำเอาผลิตภัณฑ์ตัวนี้ไปใช้ได้เลย สำหรับครั้งหน้าเราจะนำเอาข้อมูลอะไรที่น่าสนใจเกี่ยวกับข่าวสารในวงการไอทีมาฝากกันอีกนั้นต้องติดตาม รับรองได้เลยว่าเด็ดแน่นอน

Youtube : Introducing L’Oréal Water Saver: Sustainable Haircare Technology for the Salon and Home

#L’Oreal Water Saver #นวัตกรรมในการดูแลผม #ไอทีอัพเดท

Categories
ข่าวไอที

iPad gen 7 vs iPad gen 8 รุ่นไหนน่าซื้อกว่ากัน


iPad ถือเป็นหนึ่งในแท็บเล็ตของทางค่าย apple หรือแบรนด์โทรศัพท์มือถือมากมายและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์มากมาย ไม่ว่าจะเป็น apple iPad หรือ เป็น iPhone เป็นต้น

ซึ่ง iPad ที่เราจะแนะนำกันในวันนี้นั่นก็คือ iPad gen 7 vs iPad gen 8 คลิปได้มีการเปิดตัวมาเมื่อไม่นานมานี้พร้อมกับ iPad air 4

และในวันนี้นะเราจะมาทำการเปรียบเทียบว่า 2 รุ่นนี้นั้นรุ่นไหนน่าซื้อกว่ากันในปี 2020 ในราคาที่เปิดตัวมาเท่ากัน สำหรับใครที่อยากรู้กันแล้วว่า 2 รุ่นนี้มีสเปคอะไรที่น่าสนใจกันบ้างมาดูกันเลย!

1. ปีที่เปิดตัว

ไอแพดเจน 7 นั้นจะมีการเปิดตัวมาเมื่อปี 2019

ส่วน iPad gen 8 นั้นจะมีการเปิดตัวมาเมื่อปี 2020.

ซึ่งถ้าพูดถึงความใหม่แล้วขอแนะนำเป็น iPad gen 8 ดีกว่าเนื่องจากมีราคาเปิดตัวมาเพียงแค่ 10,990 บาท เท่านั้น

ระดับความน่าซื้อของทั้ง 2 รุ่น(ความคิดเห็นส่วนบุคคล )

iPad gen 7  8/10

iPad gen 8  9.6/10

2. ในเรื่องของราคา

iPad gen 7 และ iPad gen 8 นั้นจะมีการเปิดตัวมาในราคาที่เท่ากัน และจะมาพร้อมกับความจุเริ่มต้นอยู่ที่ 32 GB และไม่สามารถใส่ micro SD card ได้ สำหรับใครที่กำลังลังเลอยู่ว่าจะซื้อ 32 GB หรือว่า 128gb ดีนั้น เราขอแนะนำเป็นว่า 128gb จะดีกว่าเป็นต้นเนื่องจาก เพิ่มเงินเพียงแค่ 300 บาทคุณก็จะได้ iPad ดีๆไปใช้กันแล้ว.

3. ในเรื่องของสเปคคร่าวๆทั้ง 2 รุ่น

iPad gen 7 และ iPad gen 8 นั้นจะมาพร้อมกับขนาดหน้าจอที่เท่ากันที่ 10.2 นิ้ว สามารถรองรับปากกา apple pencil gen 1 ได้ และสามารถทำงานหลายอย่างได้เหมือนกัน

แต่แตกต่างกันตรงที่ระบบปฏิบัติการและชิปเซต นั้นจะมีชิปเซ็ตที่ใหม่กว่าและระบบปฏิบัติการที่ใหม่กว่า เนื่องจากจะมาพร้อมกับชิป apple a12 bionic ที่ใส่ใน iPhone XR iPhone xs และ iPhone xs max นั่นเอง

ส่วน iPad gen 7 นั้นจะเลิกใช้ chipset เป็น apple a10 fusion ที่ใส่ใน iPhone 7 และ iPhone 7 plus นั่นเอง สำหรับใครที่ต้องการ CPU ตัวใหม่กว่าและ chipset เที่ยวเร็วกว่านั้นเราขอแนะนำเป็น  เลยตอบโจทย์ได้ทุกสถานการณ์แน่นอนเป็นต้น

สรุปคร่าวคร่าวๆแล้วว่า:iPad ทั้งสอง รุ่นนี้นั้นมีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกันไป ชนิดไหนอย่างเช่นบางคนชอบไอแพด gen7 ก็ซื้อ iPad gen 7 แต่ถ้าบางคนที่ชอบ iPad gen 8 ก็ซื้อ iPad gen 8 นั่นเอง เพราะไอเเพด ทั้งสองรุ่นนี้ก็จะมีสิ่งต่างๆมากมายที่เหมือนกันหรือแตกต่างกัน มากมายหลายอย่างเลย!

เครดิตของรูปภาพทั้งหมด

รูปที่ 1 จาก pixabay

รูปที่ 2 จาก pixabay

รูปที่ 3 จาก pixabay

#ซื้อiPad อะไรดี #ไอทีอัพเดท #ข่าวไอทีน่าสนใจ